กครื้นอย่างยิ่ง รอจนนางเข้าไปใกล้ก็พบว่าเมืองนี้เจริญรุ่งเรืองมาก ถึงบนดาดฟ้าเรือจะถูกบ้านเรือนยึดครองหมดแล้ว ทว่ายังมีรั้วอันสวยงามนอกบ้าน สามารถมองเห็นผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่งดงามและผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษที่หล่อเหลาจำนวนมากพิงข้างรั้ว กลิ่นหอมประหลาดพัดมา ทำให้คนรู้สึกปากและลิ้นแห้งผากอยู่บ้าง
“มียาเสน่ห์ ระวังหน่อย เรือลำนี้แปลกๆ” หวาหวั่นซีเอ่ยเตือน
จินเฟยเหยาอดขมวดคิ้วไม่ได้ มีกลิ่นยาเสน่ห์มากขนาดนี้ หรือว่าเป็นเรือที่ใช้ตัณหาราคะปล้นชิงทรัพย์? “ระวังหน่อย พวกเราไปดูกัน”
คนทั้งสองค่อยๆ เข้าไปใกล้ พบว่าบ้านกลางเรือค่อนข้างเตี้ยหน่อย มีแท่นยกสูงที่ว่างเปล่า เวลานี้เห็นผู้บำเพ็ญเซียนสองคนร่อนลงบนแท่นสูงด้วยกัน ในอาคารด้านข้างมีผู้บำเพ็ญเซียนเดินออกมาทันทีและต้อนรับคนทั้งสองเข้าไปอย่างกระตือรือร้น
พอเห็นว่าทุกคนที่นี่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ จินเฟยเหยาจึงไม่ได้ปลอมแปลงใดๆ นางดึงหมวกเสื้อคลุมลงส่งสายตาให้หวาหวั่นซี หวาหวั่นซีพยักหน้าแล้วดึงหมวกเสื้อคลุมของตนเองขึ้นปิดบังใบหน้าไว้กว่าครึ่ง จากนั้นคนทั้งสองจึงเพิ่มการระวังป้องกันแล้วเหาะไปยังแท่นสูงนั้น
เข้าสู่อาณาเขตเมืองลอยได้ก็ไม่พบว่