เอ่ยถึง ไม่รู้ว่าวิ่งไปเล่นที่ใดตั้งนานแล้ว ถึงต่อสู้กันมันก็ยังหายหัวไปเล่นเหมือนเดิม
หวาหวั่นซีเห็นคนไปกันหมดแล้วจึงเอ่ยถาม “ท่าทางพวกเขาจะตัดใจให้เจ้าไปไม่ได้ กระบวนท่านี้ของเจ้าไม่ฉลาดเอาเสียเลย”
จินเฟยเหยาถอนหายใจนั่งยองๆ บนกิ่งไม้ “จริงๆ เลย ผู้อื่นคิดข้ออ้างนี้ได้อย่างยากลำบาก ฉวยโอกาสหลบหนีตอนไปเรียกทัพหนุน แต่เจ้าพวกนี้ถึงกับไม่ยอมรับน้ำใจ แค่ให้ข้าไปเสี่ยงอัน นตรายสักหน่อยจะเป็นอะไรไป จริงๆ เลย เสียทีที่ข้าพูดได้มีคุณธรรมขนาดนี้ พวกเขากลับไม่เข้าใจข้า”
“พวกเขาต้องกลัวเจ้าหนีไปแน่ ดังนั้นจึงไม่ตกลง” ตอนนั้นพอหวาหวั่นซีได้ยินนางเสนอว่าจะออกไปเรียกทัพหนุนก็รู้ว่ายายนี่คิดจะใช้ข้ออ้างหนีหลบหนีไป
“เป็นไปไม่ได้ ดูอย่างไรข้าก็ไม่ใช่คนประเภทจากไปโดยไม่สนใจอะไร พวกเขาไม่มีเหตุผลจะคิดแบบนี้” จินเฟยเหยาขมวดคิ้วมีสีหน้าไม่เข้าใจ
หวาหวั่นซีคร้านจะว่านางแล้ว เห็นได้ชัดว่าคิดจะหาข้ออ้างหลบหนีไปยังบอกว่าไม่ใช่คนประเภทนั้นอีก แม้แต่เผ่าปิศาจก็สงสัยว่านางรักตัวกลัวตายคิดจะหลบหนีไป ไม่เช่นนั้นคงไม่มีท่ าทียืนกรานไม่ให้นางไปและพูดจนเหมือนทำทุกอย่างเพราะหวังดีต่อนาง