พียงใด คิดจะไปที่ใดก็ไปที่นั่น ทำเรื่องใดก็ไม่มีคนบีบบังคับ ไม่มีภ ภารกิจบังคับต้องทำ อยากสุขสบายเพียงใดก็สุขสบายเพียงนั้น” จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ มือไม่ได้ว่างกำลังวาดวงเวทบนพื้นดังเดิม
“ครั้งนี้พวกเขาต้องนึกว่าข้าตายแล้ว ข้าจะเชื่อเจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระชั่วคราว ภายหน้าค่อยหาสำนักใหม่อีกครั้ง” ไห่หลันอินตัดสินใจได้ ฉวยโอกาสไม่กลับไปสำนักนี้
“เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เข้าสำนักมีอะไรดี” จินเฟยเหยาตอบรับและวาดวงเวทต่อ วาดไปวาดมา นางพลันหยุดลง ตระหนักได้ถึงปัญหาอันน่ากลัวอย่างหนึ่ง ตอนนี้ไห่หลันอินไม่มีอะไรเลย ที่ นี่ก็เป็นพื้นที่ของเผ่าปิศาจ ถ้าจะไปจากที่นี่ นางก็ต้องไปกับตนเอง เพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งอย่างงงๆ ได้อย่างไร
คิดถึงตรงนี้ จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองไห่หลันอินแล้วเอ่ยว่า “เจ้ารีบรักษาบาดแผลจากนั้นมาช่วยข้าทันที ตรงนี้กำลังขาดคนหลอมวัตถุดิบ”
ถึงอย่างไรก็สลัดไม่หลุด แน่นอนว่าต้องมาช่วยทำงาน จะให้มีคนที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นมาเปล่าๆ ไม่ได้
ดังนั้นเผ่าปิศาจจึงค้นพบอย่างตกตะลึง เผ่ามนุษย์คนนั้นที่ก่อนหน้านี้ยังเป็นศัตรู ผ่านมาอีกสองวันก็ลากสังขารที่บาดแผลหายดีครึ่งหนึ่งช่วยหลอมวัตถุดิบอยู่ มีท่า