เด็กหนุ่มลังเลเล็กน้อย จากนั้นเอ่ยปากกล่าววาจา “ข้าคือเผ่าเหยียน[1]ในโลกวิญญาณซิงฮวา เป็นชาวบ้านธรรมดา”
“อ้อ ชาวบ้านธรรมดา ไม่เป็นไรแล้ว อีกสักครู่เจ้านำหนังสัตว์ไปชิ้นหนึ่งแล้วไปได้” เดิมทีจินเฟยเหยายังจะตั้งใจฟัง พอได้ยินว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา ยังฟังไม่จบก็ไม่สนใจทันที
ส่วนหวาหวั่นซีกลับเอ่ยอย่างสนิทสนม “จะกินอาหารแล้วค่อยเดินทางหรือไม่ ไม่เช่นนั้นเจ้าเดินไปสองก้าวก็เดินไม่ไหวแล้ว ต้องกลับมาลำบากพวกเราใหม่อีก”
“ไม่ พวกท่านอย่าไล่ข้าไป สิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าคือเผ่าเหยียนในโลกวิญญาณซิงฮวาจริงๆ” เด็กหนุ่มตะลึงงัน แก้ตัวอย่างร้อนใจ
จินเฟยเหยากัดตะเกียบ บอกเขาอย่างสงบนิ่ง “พวกเราไม่ได้ว่าอะไรเจ้าเสียหน่อย เดิมทีนึกว่าบนศีรษะเจ้ามีเปลวเพลิงอาจจะเป็นบุตรของตระกูลที่มีอำนาจ ไม่แน่ว่าอาจเป็นคนในตระกูลให หญ่ คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา เป็นชาวบ้านธรรมดายังต้องไปช่วยน้องสาวของเจ้าหรือยังต้องส่งพวกเจ้ากลับโลกวิญญาณซิงฮวา ชาวบ้านธรรมดาไม่มีของดีๆ อะไร จะเอาสิ่งใดมาตอบแทน นอย่างหนัก ยุ่งยากเกินไป เจ้าไปเองเถอะ”
เด็กหนุ่มมองพวกนางอย่างหมดวาจาอยู่บ้าง คิดไม่ถึงว่าจะกล้าแสดงความละโมบและเห็นแก่ตัวขนาดนี