็มองในเมืองหลวง ตอนนี้ผ่านมาสองชั่วยามแล้ว รอบเมืองหลวงมีควันสีดำลอยขึ้นมา ล้วนเป็นบ้านเรือนที ถูกคนเผ่ามารเผาทำลาย วังหลวงกลับยังไม่มีควันสีดำลอยขึ้นมา น่าจะยังบุกเข้าไปในวังไม่ได้ จำนวนคนเผ่ามาร มีน้อยเกินไป
“น่าจะใกล้ล่าถอยแล้ว คนเพียงเท่านี้เป็นไปไม่ได้ที่จะล้มอาณาจักรหลงเวย” จินเฟยเหยาลูบคางครุ่นคิด ราชันภูติน น่าจะจากไปแล้ว ตนเองก็สามารถไปหาซูโม่โม่เพื่อรับผลโสมได้
คิดถึงตรงนี้ นางก็เหยียบบนปราณวิญญาณสีดำใต้เท้า แปะยันต์ซ่อนกายและเหาะเข้าไปในวังหลวง
นางตรงไปหาซูโม่โม่ที่สวนกลับพบว่าคนเผ่ามารไม่ได้หลบหนี แต่โจมตีมาถึงในวังจริงๆ กำลังต่อสู้กับองครักษ์และ ะเชื้อพระวงศ์อยู่หน้าตำหนักใหญ่อย่างดุเดือด ส่วนซูโม่โม่ไม่ได้อยู่ในสวน วุ่นวายขนาดนี้จะถูกเผ่ามารบางคนสังห หารผิดหรือไม่
อาวุธของบรรดาคนเผ่ามารย่ำแย่ แต่สังหารเผ่ามนุษย์จนแตกพ่ายและถอยร่นติดๆ กันอย่างไม่คิดชีวิต อาวุธเวทของ องครักษ์เผ่ามนุษย์ก็ไม่ค่อยดี สิ่งของดีๆ ล้วนอยู่ในตัวเชื้อพระวงศ์ที่หลบหนีกระจัดกระจายไปรอบด้าน เมื่อครู่จิ นเฟยเหยาเห็นพระสนมผู้งดงามแต่ไร้พลังการบำเพ็ญเพียรคนหนึ่งถูกนางกำนัลและองครักษ์คุ้มครองหลบหนีไปด้วย