าเหลียวซ้ายแลขวา พบว่าบนอัฒจันทร์มีเพียงพวกท่านอ๋องจื้อไม่กี่คนจึงตะโกนเสียงดังใส่
ท่านอ๋องมองนางอย่างไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี รีบโบกไม้โบกมือให้ลูกน้องนำพวกนางกลับไป นี่มันเรื่องอะไร กัน ทำราวกับมาเป็นแขก ลานประลองดีๆ พวกเขาก็ก่อเรื่องจนเงียบเหงาผิดปกติ ท่านอ๋องจื้อมองลานประลองอันเวิ้งว้ างว่างเปล่า พลันรู้สึกว่าการเข้าร่วมในการขัดแย้งของพวกเขาเป็นเรื่องผิดพลาดจริงๆ ทำเอาไม่มีหนทางทำมาหากินเลย
โชคดีที่ห้าวันให้หลังองค์ชายใหญ่จะขึ้นประลองเอง น่าจะขายตั๋วได้ไม่มากก็น้อย หลายวันนี้ไปหาทาสเผ่ามารที พลังการบำเพ็ญเพียรสูงหน่อย หลังจากจบเรื่องนี้แล้วค่อยเปิดทำการ
ท่านอ๋องจื้อปวดศีรษะอยู่กับการค้าที่นี่ จินเฟยเหยากลับอารมณ์ดี ให้ราชันภูติที่ไหล่บาดเจ็บอุ้มชุดเกราะสีท ทองพังๆ ตนเองกลับหิ้วหอกวิญญาณของหยางจื่อหยาง ของวิเศษของโจวปินอวิ๋นและเฉินจงล้วนถูกไฟนรกแช่แข็งและทุบจ จนแตกไปพร้อมกัน ไม่สามารถใช้ได้แล้ว
เห็นผู้คุมที่นำพวกเขาสองคนลงไปจ้องมองหอกวิญญาณในมือของนางตลอด จินเฟยเหยาก็ถลึงตาตวาดใส่อย่างอารมณ์ไม่ด ดี “ดูอะไร! นี่เป็นสินสงครามของข้า ถ้าเจ้าอยากได้ก็ไปฆ่าเองสิ!”
เดิมทีตามกฎเกณฑ