จินเฟยเหยาเดาว่าองค์ชายใหญ่น่าจะไม่ขึ้นประลองด้วยตนเอง ข้อหนึ่งคือพลังการบำเพ็ญเพียรของราชัน นภูติถูกสะกด เขาไม่จำเป็นต้องลงมือ ข้อสองคือเพื่อหน้าตาของราชวงศ์ ถึงอย่างไรราชันภูติก็เป็นทาส ที่นี่ก็เป็นลานประลอง ถ้าต่อสู้กันจะเป็นการลดฐานะของตนเอง
รอจนองค์ชายใหญ่และองค์หญิงผิงอันนั่งลงบนอัฒจันทร์สูงก็ให้ทุกคนลุกขึ้นได้ แม้แต่คำพูดประโยคหน นึ่งยังคร้านจะเอ่ย เขาเพียงแต่ส่งสัญญาณมือ ท่านอ๋องจื้อที่นั่งลงข้างองค์ชายใหญ่พยักหน้าบอกลูกน้อ องที่มาแทนตำแหน่งโจวจื้อให้เริ่มการประลองได้
ในเวลานี้ มีคนสามคนเดินแถวเดียวขึ้นลานประลอง การขึ้นเวทีประลองของพวกเขาเรียกเสียงโห่ร้องยินดีจาก กประชาชนบนอัฒจันทร์
คนทั้งสามสวมชุดเกราะสีทอง ศีรษะสวมหมวกเกราะสีทอง ปกป้องตนเองอย่างแน่นหนา แบ่งเป็นของวิเศษสามชน นิด หอก กระบี่ และดาบ เสื้อคลุมที่มีริ้วสีเงินด้านหลังแทบจะลากพื้น เดินมาอย่างองอาจและอหังการ สอ องฟากยังมีสตรีรับใช้หกนางถือตะกร้าดอกไม้เดินพลางโปรยกลีบดอกไม้ เปิดตัวอย่างใหญ่โตอลังการ
“สามคนนี้เป็นแม่ทัพสามนายในกองทัพจักรพรรดิสงคราม ก่อนหน้านี้ข้าเคยประมือกับพวกเขาหลายครั้ง แต่ละค คนมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นก