สือดาว กล้าขึ้นไปบนนั้น
คิดเช่นนี้ ทว่าสิ่งที่หลี่รุ่ยเฝ้าคือเมืองหลวง ทางด้านนั้นเกินขอบเขตอำนาจของตนเอง ดังนั้นเขาจึงคร้านจะลุกขึ้น นั่งดื่มชาอยู่ตรงนั้นต่อ คิดถึงเผ่ามารผิวพรรณอ่อนนุ่มหลายคนที่ซื้อมาใหม่ในหอฮวาหนู เอวเล็กๆ นั่นคอดกิ่วจริงๆ
นั่งอยู่สองชั่วยามเต็มๆ เขาดื่มชาแถมยังลาดตระเวนรอบเมือง จากนั้นเดินขึ้นหอบนประตูเมืองมองดูโดยรอบตามปกติจึงพบว่าสิ่งที่อยู่บนแท่นประหารเซียนไกลๆ ไม่ใช่คนอยู่ว่าง ทว่าเป็นสิ่งที่รูปลักษณ์เหมือนมังกรกำลังขยับอยู่ตรงนั้น
“ไม่จริงน่า หรือว่ามีคนสังหารเชื้อพระวงศ์จึงถูกวิญญาณมังกรพามาบนแท่นประหารเซียน?” หลี่รุ่ยสงสัยอยู่บ้าง แต่กลับรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด ไหนบอกว่าไม่มีใครสู้เชื้อพระวงศ์ได้ แต่ผู้ใดกล้า! โลกวิญญาณเทียนตี้เป็นอาณาจักรของตระกูลซู เห็นราชวงศ์ก็ต้องคุกเข่ายอมรับผิด ผู้ใดกล้าสังหารพวกเขา
แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าบนแท่นประหารเซียนไม่ถูกต้อง หลี่รุ่ยครุ่นคิดแล้วพาทหารกองเล็กๆ ของตนเองไปดู
ถ้าเป็นคนอยู่ว่างกำลังก่อความวุ่นวายก็ไล่พวกเขาไป ถ้ามีเชื้อพระวงศ์ถูกสังหารจริงแล้วฆาตกรถูกวิญญาณมังกรส่งตัวมา ตนเองจัดการคนผู้นี้เกรงว่าต้องได้เลื่อนต