ม่ทำเด็ดขาด”
“เจ้าพูดแบบนี้ทำร้ายจิตใจข้าเกินไปแล้ว ครั้งที่แล้วข้าพาเจ้าไปเที่ยวอย่างจริงใจนะ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะพูดแบบนี้” ปู้จื้อโหยวมีท่าทางถูกทำร้ายจิตใจและเอ่ยอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม
จินเฟยเหยาไม่หวั่นไหว เจ้าหมอนี่เสแสร้งได้เหมือนมาก หลอกได้แต่คนอื่นเท่านั้น “ไม่ต้องเสแสร้ง ไปกินข้าวที่บ้านเจ้าครั้งที่แล้ว กินทีก็ให้ข้ากินถึงหกสิบกว่าปี ขาดทุนอย่างหนัก ครั้งนี้ข้าขอเตือนเจ้า ถ้าเจ้าขายข่าวของข้าให้จอมมารหลง ข้าจะบอกเรื่องที่เจ้าช่วยข้าหลบหนีให้เขาฟัง ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะอยู่อย่างมีความสุข”
“เอ๋ เจ้าทำแบบนี้ยังเรียกว่าสหาย ชั่วร้ายเกินไปแล้ว” ปู้จื้อโหยวมีสีหน้าไม่ยินยอม เอ่ยอย่างมีโทสะ
“ถึงอย่างไรข้าก็ไม่สน ถ้าเจ้าขายข้า ข้าก็จะขายเจ้า ว่ามา คิดจะให้ข้าทำเรื่องอะไร?” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างกระหยิ่มใจ
ปู้จื้อโหยวถอนหายใจ จุปากเอ่ยว่า “ไปขโมยสิ่งของชิ้นหนึ่งกับข้า ง่ายดายอย่างยิ่ง อีกทั้งหลังจากสำเร็จข้ายังมีสิ่งของให้เจ้าเป็นรางวัล”
“อย่าพูดย่อๆ พูดจุดสำคัญมา ขโมยสิ่งของใด เจ้าอย่านึกว่ามีรางวัลแล้วข้าจะรับปากทันทีโดยไม่ถามไถ่ บนโลกนี้มีสิ่งของน้อยมากที่ทำให้ข้าหวั่นไหวได้” จินเฟยเหยาเอ่ยอ