นอาหารนะ?” หลินชิงเจียงหยอกล้อ
“สหายเซียนหลิน ข้าไม่เหมือนกับเจ้า พวกเจ้าไม่กินอาหารได้ก็ไม่กินอาหาร ยุ่งอยู่กับการฝึกบำเพ็ญทั้งวัน ไม่ปรารถนาจะเสียเวลาไปกับการกินอาหารและนอนหลับอย่างยิ่ง แต่ข้าไม่เหมือนกัน ข้าชอบกินอาหาร โดยเฉพาะอาหารอร่อย ข้าชอบอาบแดด ชอบนอนหลับ ดังนั้นข้าจึงไม่งดอาหารและยังต้องกินสิ่งนี้” สิ่งที่จินเฟยเหยาพูดเป็นความจริง นางรู้สึกว่าชีวิตที่มีแต่การฝึกบำเพ็ญน่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง ต่อให้มีชีวิตยืนยาวก็ไม่สนุกสนาน
“ความคิดของสหายเซียนจินพิเศษเฉพาะตัวจริงๆ ผู้บำเพ็ญเซียนที่ข้าพบเจอส่วนมากฝึกบำเพ็ญทั้งวัน บางครั้งมีเพียงคู่บำเพ็ญอยู่เป็นเพื่อน ท่าทางสหายเซียนจินจะรักโลกมนุษย์และชื่นชอบความสำราญ” หลินชิงเจียงกลับมีความคิดในการฝึกบำเพ็ญที่แตกต่างจากจินเฟยเหยา นางคิดว่าในเมื่อบำเพ็ญเซียนก็ต้องตั้งอกตั้งใจและปราศจากความคิดวอกแวก
เพื่อไม่ให้จิตมารปรากฏ นางได้แต่ทำความดี ไม่ทำความชั่ว ถ้าทำชั่วจะมีจิตมารปรากฏขึ้นและกลายเป็นอุปสรรคใหญ่บนวิถีทางแห่งการบำเพ็ญเซียน
จินเฟยเหยาหัวเราะหึๆ หลายครั้ง ไม่คิดจะอธิบายการกระทำของตนเองมากนัก แต่ละคนล้วนมีชีวิตของตนเองและแค่ไม่เหมือนกันเท่านั้น ไม