กินไป ข้าไม่รู้สึกสนใจเลยสักนิด ถึงอย่างไรพวกเราสองคนก็ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน ตอนนี้มาถึงเมืองจุ้ยเทียนแล้วก็ต่างคนต่างแยกย้าย” จินเฟยเหยามองเหรินเซวียนจือเอ่ยด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจ
เพิ่งเข้าเมือง ยังนึกว่าจะสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าตัวกินจุได้เล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าจะไล่คนไปทันที เหรินเซวียนจือขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพาน[1]ก็ยังไม่รวดเร็วเหมือนเจ้าเลย หรือเจ้าไม่อยากรู้สาเหตุว่าเพราะเหตุใดฮุ่นตุ้นจึงอยู่ที่ขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลายมาตลอดหลายร้อยปี แต่กลับมิอาจเลื่อนเป็นขั้นแปลงจิตได้?”
“นางเลื่อนเป็นขั้นแปลงจิตไม่ได้แล้วเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?” จินเฟยเหยามองเขาอย่างงุนงง จะเลื่อนขั้นได้หรือไม่ก็ต้องดูที่พลังการบำเพ็ญเพียรและคุณสมบัติของนางสิ เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?
เหรินเซวียนจือยิ้มนิดๆ “เดินไปคุยไปเถอะ เรื่องนี้สำคัญกับพวกเราอย่างยิ่ง”
เห็นท่าทางลึกลับของเขา จินเฟยเหยาก็สงสัยขึ้นมา จึงตัดสินใจลองฟังดูว่าเขาจะพูดอะไร ถ้าพูดจาเหลวไหลหลอกลวงก็จะจากไป
รอจนฟังคำพูดของเหรินเซวียนจือจบ จินเฟยเหยาก็เงียบงัน สิ่งที่เจ้าหมอนี่พูดเป็นความจริงหรือไม่
ตามที่เหรินเซวียนจือเล่า ผู้บำเพ็ญเซียนที่