ั้นจริงๆ หรือ?
“ในเมื่อพวกเจ้าเชิญข้าไป เช่นนั้นข้าก็จะฝืนใจไปสักครั้ง ขอบอกเจ้าไว้ก่อน อย่าคิดจะหลอกข้าไปสถานที่ใดๆ ถ้าข้าพบว่ามีอะไรไม่ถูกต้อง ข้าจะกินพวกเจ้าสองคนทันที” จินเฟยเหยาเชิดหน้าขึ้นเอ่ยอย่างดุร้าย
เหรินเซวียนจือแย้มยิ้มเอ่ยว่า “ถึงแล้วเจ้าก็จะรู้เองว่าข้าหลอกเจ้าหรือไม่”
ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดพักอยู่ริมทะเลสาบครู่หนึ่ง รอจนพลังวิญญาณในร่างกลับคืนมา จินเฟยเหยาก็เหยียบพรมบินเหาะติดตามเหรินเซวียนจือไปเมืองจุ้ยเทียน
เหรินเซวียนจือรู้สึกสนใจพรมบินของจินเฟยเหยาจึงจ้องมองพรมบินอยู่นาน จินเฟยเหยานึกว่าเขารู้สึกว่าเหยียบกระบี่บินเหาะเหินเหน็ดเหนื่อยเกินไปจึงคิดจะขออาศัยนั่ง
คิดไม่ถึงเหรินเซวียนจือกลับชมเชยว่า “ของวิเศษบินได้ชิ้นนี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ถ้าทำเรื่องอย่างว่าบนนั้น การเดินทางก็ไม่ล่าช้า และยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบ ทำไมข้าจึงไม่คิดถึงสิ่งนี้ตั้งแต่แรกนะ หลังกลับไปต้องหลอมสร้างชิ้นหนึ่ง เพียงแต่สหายเซียนจิน ถึงเจ้าวางหมอนอิงไว้ แต่เกรงว่าร่มเล็กๆ นี้คงบดบังสายตาของผู้อื่นไม่ได้ หรือว่าเจ้ามีงานอดิเรกชอบถูกคนมอง?”
“ไสหัวไปเลย ปากสุนัขไม่มีงาช้างงอกเงย[1] เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลไ