บรรดาศิษย์ต้องอยู่ไม่ได้แน่ๆ
เจ้าสำนักและผู้อาวุโสของสำนักเทียนตี้ต่างรู้สึกงุนงง มองดูดวงดาวก็ไม่พบว่ามีปรากฏการณ์ร้าย ถ้าใช้การรับรู้กวดดู เทือกเขาอู๋อวิ๋นก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากในอดีต และซ่อนสาเหตุของเรื่องนี้เอาไว้ไม่ได้
ถ้าบอกว่าไม่มีอะไร ทว่าสภาพอากาศที่ผิดปกติปรากฏขึ้นภายในเขตเทือกเขาอูอวิ๋นเท่านั้น ขอเพียงออกจากเทือกเขาอูอวิ๋น พายุหิมะและสายลมคลั่งเหล่านี้ก็จะหายไป ภายนอกเทือกเขาอูอวิ๋นเป็นฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นมีดอกไม้เบ่งบาน สภาพอากาศสงบสุข คนละเรื่องกับภายในโดยสิ้นเชิง
ลมแรงพัดมาอีกครึ่งเดือน รวมทั้งหมดอาละวาดอยู่หนึ่งเดือนกว่า พอคิดว่าสมควรจะสงบลงได้แล้ว เหนือเทือกเขาอูอวิ๋นพลันปรากฏชั้นเมฆดำหนาทึบ ปราณวิญญาณแห่งฟ้าดินมารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว เมฆดำปรากฏขึ้นตรงเทือกเขาอูอวิ๋นราวกับขุนเขา
สภาพการณ์แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว กลางอากาศปรากฏแสงรัศมีเจ็ดสีสันอย่างต่อเนื่อง ในเมฆดำก็มีสายฟ้าตัดสลับ ทำให้เกิดความรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก
สัตว์ปิศาจในเทือกเขาอูอวิ๋นเริ่มหลบหนีออกมาจากสถานที่ซึ่งมีมี่ตี้เป็นศูนย์กลาง แม้แต่สัตว์ภูติที่สำนักเทียนตี้เลี้ยงไว้ยังพากันหวาดกลัวและตื่นตระหนก