วหลิง ยังถูกสอบถามอย่างละเอียดอยู่นาน สุดท้ายนางจึงถูกพามายังหนึ่งในต้นไม้ที่ลงคาถาไว้ ภายในถ้ำต้นไม้ด้านล่างสุดจินเฟยเหยาเห็นหวังโหยวหลิงมีสีหน้าอึมครึมราวกับทุกคนติดค้างศิลาวิญญาณเขาแล้วไม่คืน
หลังจากหวังโหยวหลิงอ่านป้ายหยกที่จินเฟยเหยามาส่งเสร็จสิ้น สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก จินเฟยเหยาก็ขมวดคิ้วนิดๆ หรือว่าในป้ายหยกบอกว่าข้ากินมากเกินไป ให้หวังโหยวหลิงที่มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่ช่วงกลางคนนี้สังหารข้า?
สายตาดุร้ายของหวังโหยวหลิงมองพินิจนางขึ้นลงอยู่นาน แล้วพลันเอ่ยถามขึ้น “เจ้ายินยอมขุดศิลาวิญญาณอยู่ที่นี่หรือไม่?”
“หืม?” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าเขาจะพูดเรื่องนี้ หรือว่าในป้ายหยกฝากฝังเขาว่าให้รับตนเองขุดศิลาวิญญาณอยู่ที่นี่ ใครนะช่างใส่ใจขนาดนี้ คิดไม่ถึงว่าจะแอบจัดการให้ตนเองเงียบๆ?
ในป้ายหยกไม่ได้เอ่ยเช่นนี้ เพียงคิดจะให้หวังโหยวหลิงหาวิธีรั้งจินเฟยเหยาไว้ที่โลกระดับเทพ ทั้งยังเอ่ยถึงว่านางกินเก่งอย่างยิ่ง ส่วนเหมืองศิลาวิญญาณเมืองซันจือก็มีส่วนหนึ่งเป็นของสำนักตงอวี้หวง ถึงจะไม่ได้เอ่ยอย่างชัดเจน ทว่าสิ่งเดียวที่สามารถรั้งคนไว้ได้ก็คือไปขุด