มมารหลงเป็นครั้งแรกก็ยังไม่รู้สึกวิกฤติแบบนี้ ในสมองของนางมีเพียงความคิดเดียว ต้องหนีออกไป หนีออกไปจากเขตสายฟ้าผืนนี้
ทว่า จินเฟยเหยารู้สึกว่าเบื้องหน้าสว่างวาบ ตลอดร่างเจ็บชา ตามมาด้วยได้กลิ่นไหม้
ข้าจะตายแล้วหรือ? จินเฟยเหยาพกพาความสงสัยเช่นนี้หมดสติไป
สองวันให้หลัง มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลกวิญญาณเป่ยเฉิน สำนักฉีเทียนสูญเสียเรือเหาะอีกลำหนึ่งในชั้นเมฆดำของโลกระดับเทพ นี่เป็นเรือลำที่สิบเอ็ดซึ่งสูญเสียในชั้นเมฆดำในรอบร้อยปีของพวกเขา
หลายครอบครัวยินดีหลายครอบครัวเสียใจ ขณะที่สำนักอื่นๆ กำลังแอบหัวเราะ สำนักฉีเทียนกลับเสียใจแทบตาย นอกจากสูญเสียเรือเหาะไปลำหนึ่ง พวกเขายังสูญเสียศิษย์ขั้นหลอมรวมไปสิบเจ็ดคน บวกกับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่คนหนึ่งที่ไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นหรือตาย
ส่วนสำนักตงอวี้หวงหลังจากได้ยินข่าวนี้แล้ว ฉือชางเจินเหรินมีความรู้สึกสับสนปนเป เพียงเพื่อส่งจินเฟยเหยาไปกลับทำให้นางต้องไปตาย หรือว่านี่คือมติสวรรค์ ขนาดสวรรค์ยังทนดูต่อไปไม่ได้
“เจ้าสำนัก ผู้อาวุโสจู๋กลับมาแล้ว!” ในขณะที่ฉือชางเจินเหรินกำลังจะพูดอะไรเพื่อทอดถอนใจสักหน่อย นอกประตูก็มีเสียงศิษย์รายงานดังมา