อครู่ท่านพูดว่าอะไรนะ? สำนักจินคุน?” จินเฟยเหยาพลันสังเกตเห็นว่าเหตุใดชื่อสำนักที่เขาเอ่ยจึงคุ้นหูขนาดนี้
สยงเทียนคุนเห็นจินเฟยเหยาสังเกตเห็นชื่อสำนัก จึงเอ่ยอย่างขัดเขิน “เป็นการรวมชื่อของพวกเราสองคน ข้ารู้สึกว่าเหมาะสมดีจึงนำมาเป็นชื่อสำนัก สำนักแห่งนี้ครึ่งหนึ่งเป็นของเจ้า ข้าเก็บยอดเขาที่มีปราณวิญญาณดีที่สุดลูกหนึ่งไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ ห้ามทุกคนสร้างถ้ำเซียนบนนั้น ต่อไปเจ้ากลับมาได้ทุกเมื่อ เจ้าอยากดูแลสำนักก็ให้เจ้าดูแล ไม่อยากดูแล เจ้าเพียงใช้ชีวิตอย่างอิสระก็พอ”
จินเฟยเหยาครุ่นคิด ไม่เลวจริงๆ แบบนี้ตนเองก็มีหนทางถอยสายหนึ่ง ถ้าถูกคนตามล่าสังหารจนไม่มีที่จะหลบหนี ก็แอบหลบไปสำนักจินคุน ด้วยความสัมพันธ์ของตนเองกับสยงเทียนคุน เขาต้องช่วยตนเองปิดบังแน่ ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าข้าจะไปซ่อนตัวที่นั่น
พอคิดถึงเรื่องพวกนี้ จินเฟยเหยาก็รู้สึกสนใจขึ้นมาจึงสอบถามรายละเอียด นางพบว่าสำนักจินคุนของสยงเทียนคุนยากจนจริงๆ ตอนเขาออกมา ทั้งสำนักมีศิลาวิญญาณชั้นล่างเก็บไว้สามหมื่นกว่าก้อน ถ้าหนึ่งปีให้หลังไม่กลับไปอาจจะต้องปิดสำนัก
ถึงแม้เขาจะปล้นชิงของวิเศษได้ไม่น้อย ทว่าก็ใช้แทนศิลาวิญญาณไม่ได้