ล้วใช้การรับรู้เขียนประโยคหนึ่งบนแท่งหยก เจ้ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
จากนั้นใส่ป้ายหยกลงในกล่องจดหมายบนขานกปีกสวรรค์ หลังจากออกมาครู่หนึ่ง นกปีกสวรรค์แทบลืมไปแล้วว่าตนเองบินอย่างไร บินเอียงไปเอียงมาครู่หนึ่งก็เห็นมันกระพือปีกทันที แล้วหายไปจากเบื้องหน้าจินเฟยเหยาในพริบตา
“บินเร็วเกินไปแล้ว!” เห็นนกปีกสวรรค์หายไปจากเบื้องหน้าในพริบตา จินเฟยเหยาอาศัยสายตาหลังขั้นหลอมรวมยังไม่สามารถจับความเคลื่อนไหวการบินของมันได้
ตอนนี้ได้แต่รอปู้จื้อโหยวตอบจดหมาย ทว่าหลังบินไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือสองชั่วยาม บนพื้นดินก็ปรากฏเมืองขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กแห่งหนึ่ง เห็นคนนอกเมืองและในเมืองไกลๆ ในที่สุดจินเฟยเหยาก็แน่ใจว่าตนเองมาถึงโลกเผ่ามนุษย์แล้ว ใช่กลับมาถึงโลกวิญญาณเป่ยเฉินหรือไม่ต้องลองสอบถามดูจึงรู้
เพื่อไม่ทำให้คนอื่นๆ ตื่นตระหนก จินเฟยเหยาจึงเก็บพรมบินเมื่ออยู่ห่างจากเมืองไม่ไกล ให้พั่งจื่อและต้านิวหดตัวเล็กลงจนมีขนาดเท่าฝ่ามือ ยืนอยู่ข้างนางคนละฟากแล้วเดินเข้าไปในเมือง ตอนนี้ต้านิวมีพลังการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าพั่งจื่อหนึ่งขั้น ถ้าทิ้งนางไว้ในเกาะลอยได้เหมือนทิ้งไว้ในอ่างมายาจิ่งเทียนแบบเมื่อก่อนก็เสียเปล่า
ให้พวกมันสองตัวอยู่ข้างกาย ยามพบเจออันตรายก็เป็นผู้ช่วยที่แข็งแกร่งไม่เบา
เมืองแห่งนี้ชื่อเมืองไท่ผิง และเป็นโลกวิญญาณเป่ยเฉินจริงๆ เมืองนี้ไม่ใช่เมืองสำหรับผู้บำเพ็ญเซียนโดยเฉพาะ จึงมีคนธรรมดาอาศั