อนเข้าสู่จุดตันเถียน
นอกตำหนักซวีชิง ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าพลันเปลี่ยนแปลง อัสนีสวรรค์ปรากฏขึ้นกลางเมฆดำทีละสาย เสียงสายฟ้าผ่าลงเหนือตำหนักซวีชิงไม่หยุด
“แย่แล้ว! ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ามีการเปลี่ยนแปลง หรือว่าจะเจี๋ยตันล้มเหลวอีกครั้ง?” ศิษย์ของตำหนักซวีชิงมองปรากฏการณ์บนท้องฟ้าด้วยสีหน้าตึงเครียด มีคนหนึ่งในจำนวนนั้นอดไม่ไหวร้องอุทานขึ้น
เฟิงอวิ๋นจู๋กอดอกถอนหายใจเบาๆ “นี่ครั้งที่สี่แล้วนะ หลายครั้งที่แล้วแม้แต่ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ายังไม่ขึ้นรูป ครั้งนี้ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าขึ้นรูปแล้ว ขาดแค่ก้าวเดียวก็จะสามารถเจี๋ยตันได้ ข้ายังนึกว่าครั้งนี้เขาคงทำสำเร็จ ที่แท้มีสิ่งรบกวนมากเพียงใดกันแน่ โง่เขลาจริงๆ อย่าสนใจเรื่องอื่นๆ ขอเพียงรวมกายและใจเป็นหนึ่งเดียวกันก็พอ”
“เจ้าก็พูดง่าย แม้แต่มองศิษย์น้องอวี้จูสักแวบเจ้ายังทนไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงให้นางนั่งข้างกายเจ้าตอนเจี๋ยตันเลย” โม่อวี่จู๋ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมพลาดโอกาส
“ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมอาจารย์ต้องให้ศิษย์น้องไป๋เจี๋ยตันในกระจกสี่วิตกด้วย ถ้าอยู่ข้างนอก เขาคงเจี๋ยตันสำเร็จไปนานแล้ว” เฟิงอวิ๋นจู๋มองปรากฏการณ์บนท้องฟ้าที่เริ่มปั่นป่วนอย่างกังวล ถ้าเกิดปัญหาขึ้นในเวลานี้ คิดจะเจี๋ยตันให้เสร็จสิ้นโดยไม่ได้รับความเสียหายเหมือนครั้งก่อนๆ คงเป็นไปไม่ได้เลยสักนิด
“จิตมาร เพื่อขจัดจิตมารในใจเขา ถ้าถูกเรื่องอื่นๆ บดบังดวงตา ต้องมีสักวัน