าตลอดทางที่ตกลงมา สุดท้ายกระแทกลงบนก้อนหินที่อยู่ไม่ไกลนักจึงหยุดลง
ไป๋เจี่ยนจู๋ลืมตาและลุกขึ้นยืน ใช้ยาชุบชีวิตเสริมพลังวิญญาณได้ไม่น้อย หยิบไผ่วั่นคงออกมาแล้วเดินไปตรงก้อนหินนั้น ก่อนที่เขาจะเดินไปถึงก้อนหิน พอดีเห็นคนยื่นมือออกมาจากใต้กองเศษหิน เขายกไผ่วั่นคงในมือขึ้นแทงลงไปโดยไม่ลังเลสักนิด
โลหิตสดพุ่งกระฉูดออกมากระเซ็นลงบนร่างเขา มือข้างนั้นพยายามดิ้นรนอย่างสุดกำลังแล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอีก
พริบตา ทิวทัศน์รอบด้านพร่าเลือน ไป๋เจี่ยนจู๋ยืนอยู่ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
ในขณะที่เขากำลังสงสัย จู๋ซวีอู๋ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าและมองเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่รอให้เขาคุกเข่าคารวะก็ได้ยินจู๋ซวีอู๋ใช้น้ำเสียงที่มีเฉพาะเด็กหนุ่มเอ่ยว่า “ใช้หนทางแห่งการเข่นฆ่าแสวงหาความชอบธรรม นี่คือหนทางที่เจ้าค้นพบ ถูกหรือผิด จงใช้สติปัญญาของเจ้าตัดสิน”
หลังจากจู๋ซวีอู๋เอ่ยจบก็หายไปท่ามกลางความมืดมิด “ซือจู่!” ไป๋เจี่ยนจู๋ยื่นมือออกไปคิดจะตะโกนเรียกให้เขาหยุด พลันพบว่าบนมือของตนเองเต็มไปด้วยโลหิตสด โลหิตสดไหลลงมาตามสองมือไม่หยุด แยกแยะไม่ออกว่าเป็นโลหิตของตนเองหรือโลหิตของผู้อื่น
ไป๋เจี่ยนจู๋ภายในกระจกสี่วิตกพลันตื่นจากภาพมายา ในดวงตาทั้งคู่ของเขาใสกระจ่างสุดเปรียบปาน ร่างเปล่งแสงสีเขียวเสียดแทงนัยน์ตาออกมา จินเฟยเหยาที่แนบติดอยู่บนร่างเขากรีดร้องลั่นแล้วหายไปในแสงสีเขียว
นอกตำหนักซวีชิง เมฆดำเต็ม