เฟิงอวิ๋นจู๋ก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะไป๋เจี่ยนจู๋ยังมีปรากฏการณ์ประหลาดของเส้นทางแห่งการเข่นฆ่าอีก ทำให้เขาเอ่ยกับโม่อวี่จู๋อย่างดีอกดีใจ “ศิษย์พี่ใหญ่ ตอนท่านเจี๋ยตันมีเพียงกระเรียนเซียนสีเมฆกุหลาบและดอกไม้วิญญาณ ครั้งนี้พ่ายแพ้ศิษย์น้องไป๋แล้ว”
โม่อวี่จู๋มองเขาแวบหนึ่งแล้วเอ่ยอย่างชืดชา “เจ้าอย่าลืมสิว่าผู้ใดจ้องมองเซียนสตรีที่ปรากฏขึ้นในภาพมายาแล้วอ้าปากจนกระทั่งลืมหุบ สุดท้ายน้ำลายไหลออกมาจนเสียกิริยา”
“อ๋า! ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร ใครบอกท่าน!” เฟิงอวิ๋นจู๋นิ่งอึ้ง รู้สึกเก้อเขินอย่างยิ่งทันที
ขณะโม่อวี่จู๋เจี๋ยตัน นอกจากปรากฏการณ์บนท้องฟ้าปกติยังมีเซียนสตรีที่หลุดพันโลกีย์เพิ่มมากลุ่มหนึ่ง เซียนสตรีเหล่านั้นเหาะออกมาจากปรากฏการณ์ประหลาด บินมาจนถึงพวกเขาและทะลุพวกเขาไปราวกับมีและไม่มี ทั้งยังโปรยดอกไม้วิญญาณลงมา เหาะเหินอยู่ครึ่งชั่วยามเต็มๆ หลังจากเกี้ยวพาราสีจนพอแล้วจึงหายวับไป เฟิงอวิ๋นจู๋ไม่เคยเห็นสตรีงามล้ำเหนือธรรมดาเช่นนี้มาก่อน ถึงแม้จะเสียกิริยาทว่าตอนนั้นส่วนมากเป็นผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษ เกือบทั้งหมดก็เป็นเหมือนเขา
เห็นโม่อวี่จู๋ในหมู่ศิษย์พี่ศิษย์น้องแค่ถือว่าหน้าตาปานกลาง ทุกคนล้วนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดตอนเขาเจี๋ยตันจึงมีปรากฏการณ์หลงตัวเองอย่างเซียนสตรีเกิดขึ้นได้
………………………………