ไม่มีทางเลือก ได้แต่พึ่งพาตนเองอีกครั้ง
จินเฟยเหยาใช้มือเช็ดหน้า สลัดผมที่เปียกโชกอย่างห้าวหาญ เพิ่งแสดงการคำรามอย่างเดือดดาลออกมา พอฟ้าผ่าก็ทำให้นางหวาดกลัวจนนอนราบกับพื้นตรงนั้น ความรู้สึกห้าวหาญที่เพิ่งปะทุขึ้นถูกสายฟ้านี้ผ่าจนไม่เหลือหลอ
เสียงสายฟ้าผ่านพ้น นางจึงหยัดกายขึ้นอย่างกระเซอะกระเซิงท่ามกลางพายุฝน กบสองตัว มดหนึ่งตัว และนกว่างงานที่ถูกขังอยู่ในกรงอีกตัว กำลังมองนางอย่างตั้งอกตั้งใจ
“มองอะไร! ควรจะไปทำอะไรก็ไปทำสิ” จินเฟยเหยาด่าทออย่างอารมณ์ไม่ดี
สัตว์ภูติทั้งสี่ตัวไม่เคลื่อนไหวพร้อมใจกันมองนางดังเดิม สถานที่เล็กแค่นี้ พายุฝนหนักขนาดนี้ จะทำอะไรได้ ต้องรอความตายแน่นอน
“เจ้าออกมาดูความสนุกอะไร ไสหัวเข้าไปเลย” จินเฟยเหยาหยิบถุงสัตว์ภูติใบหนึ่งออกมา แล้วจับมดหนึ่งผลึกโยนเข้าไป
มดหนึ่งผลึกตัวนี้นางเลี้ยงอย่างยากลำบากยากเย็นจนเลื่อนเป็นขั้นสองจะให้จมน้ำทะเลตายไม่ได้
ที่จริงต้านิวเป็นคนเลี้ยงดูมาตลอด หลายปีนี้นางไม่ว่างเข้าไปดูเลย ผู้อื่นรักษาชีวิตไว้ได้จากการพิษยานานาชนิด หลังเลื่อนขั้นดูจากภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย น่าเสียดายที่จินเฟยเหยาไม่เคยตั้งใจดูสภาพของมันเลย ถึงอย่างไรมดที่เลื่อนขั้นก็ยังเป็นมด ก็เหมือนกับกบต่อให้มีวิวัฒนาการก็เพียงเพิ่มลักษณะอัปลักษณ์เท่านั้น
เก็บมดหนึ่งผลึกแล้ว สายตาของนางก็มองร่างนกปีกสวรรค์ นกตัวนี้อยู่ในกรงไม่โดนลมและฝน ถ้าเก็บไว้ในกระเป๋าสั