ิเศษกระแทกกัน คิดไม่ถึงว่าใครบางคนจะลงมือที่นี่ ถ้าทำให้สามคนเบื้องหน้าได้ยินจะทำอย่างไร
บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่สะกดรอยตามล้วนมองไปรอบด้านอย่างมีโทสะ ถ้าทำลายเรื่องดีงามของพวกข้า ก็เอาไอ้คนทำเสียงดังมาลงโทษก่อน
“สหายเซียนเจ้านี้ ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน ไยต้องทำเช่นนี้” รู้สึกว่าบรรยากาศรอบด้านไม่ถูกต้อง จินเฟยเหยาครุ่นคิด จึงเอ่ยเสียงเบาราวกับยุง
รอบด้านเงียบไปครู่หนึ่ง ผ่านไปสักพัก ข้างกายจินเฟยเหยา ก็มีเสียงบุรุษที่สะกดให้เบาลงดังมาอย่างมีโทสะอยู่บ้าง “เจ้ากระแทกข้าก่อน เกือบจะทำให้ข้าเผยร่างออกมา”
“เจ้าไม่ต้องใช้กำลังก็ได้ ถ้าเอะอะจนสามคนนั้นรู้ตัว ทำเสียเรื่อง พวกเรามิต้องถูกผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆฟันระบายโทสะหรือ” จินเฟยเหยาก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ผู้ใดให้เจ้าเข้าใกล้อย่างกะทันหันเล่า ตนเองไม่ระวัง จะมาโทษข้าได้อย่างไร” อีกฝ่ายบ่นและค่อยๆ เก็บพลัง
จินเฟยเหยารู้สึกได้ว่าพลังกดดันบนทงเทียนหรูอี้คลายลง ดูท่าอีกฝ่ายคงรั้งมือกลับก่อน นางจึงเก็บทงเทียนหรูอี้กลับมา ยังไม่ทันเก็บกลับโดยสมบูรณ์ก็ระแวดระวังรอบกาย จากนั้นนางก็บ่น “เจ้าซ่อนกาย ข้าก็ซ่อนกาย ผู้ใดจะรู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ ทางที่ดีเจ้าออกไปห่างๆ หน่อย อย่าเข้ามาใกล้นัก”
“ข้าอยากให้เจ้าไปห่างๆ ข้ามากกว่า แต่ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าเดินอยู่ตรงไหน!” อีกฝ่ายก็เอ่ยอย่างอารมณ์ไม่ดี
จินเฟยเหยาคิดๆ ดูแล้วก็ใช่ ยากจะรับประกันได้ว่าจะไม่มี