ามองหลังภายในทางเดินศิลา ไม่รู้ว่าด้านไหนนำไปสู่ทางออก ภายในทางเดินไม่มีลมสักนิด ไม่เช่นนั้นยังสามารถเดาได้ว่าลมพัดมาจากทางเข้า นางครุ่นคิด ได้แต่ถือว่าทิศทางที่คนทั้งหกปรากฏตัวขึ้นคือด้านหน้า ถ้าจะสกัดคน ย่อมต้องไปสกัดด้านหน้า ท่าทางของพวกเขาดูไม่เหมือนไล่ตามมา อย่างไรเสียนางก็ไม่รู้ทิศทาง คงต้องไปตามนี้
เดินไปข้างหน้าตามทางเดินศิลามาหนึ่งชั่วยามกว่า ก็ไม่พบคนของโลกเซียวไท่อีก และไม่พบผู้บำเพ็ญเซียนของโลกหนานซาน ในทางเดินศิลาไม่มีสัตว์ปิศาจแปลกๆ กระโดดออกมา อีกทั้งในนี้ไม่มีแม้แต่ทางแยก นางจึงเดินไปข้างหน้าอย่างราบรื่นตลอดทาง
“เหตุใดจึงไม่เจออะไรเลย หรือว่าขอเพียงออกจากภาพมายาได้แล้วเดินไปตามทางเดินศิลานี้ก็สามารถออกมาได้?” จินเฟยเหยาเดินไปข้างหน้า ใช้การรับรู้กวาดดูในทางเดินศิลาตลอดเวลา กลับไม่พบอะไร
เพิ่งสิ้นเสียง พื้นที่ว่างเบื้องหน้าพลันกระเพื่อม จินเฟยเหยาก้าวเข้าไปในภาพมายา พั่งจื่อก็ตามมาด้านหลังติดๆ เดินเข้าไปในภาพมายาก่อนอุโมงค์ภาพมายาจะหายไป
ไอน้ำม้วนตลบ เห็นนกขมิ้นขับขานนกนางแอ่นร่ายรำ[1] เอวเล็กคอดกิ่ว และยังมีคลื่นที่ม้วนสูงจนทำให้คนตกตะลึง
จินเฟยเหยาและพั่งจื่อมองรอบด้านอย่างตะลึงงัน ตกตะลึงอย่างยิ่ง แขนขาวเนียนนุ่มข้างหนึ่งยื่นมาดึงผมนางเบาๆ จากนั้นส่งเสียงหัวเราะราวกับกระดิ่งเงินกังวานไปไกล จินเฟยเหยาริมฝีปากสั่นสะท้าน เอ่ยออกมาสองคำอย่างยากลำบาก “วิปริต”
ขณะที่นาง