นใจ สูดลมหายใจลึกๆ แล้วเอ่ย “ข้าไม่ได้ทำเพื่อยาสร้างฐาน”
“เช่นนั้นเจ้าทำเพื่ออะไรจึงต้องเข่นฆ่าข้าจนถึงที่สุด?” จินเฟยเหยาพยายามถ่วงเวลา แอบขับเคลื่อนเวทหนีไฟนรกเงียบๆ บนร่างนางมีบาดแผล ไม่อยากจะต่อสู้กับไป๋เจี่ยนจู๋อย่างยิ่ง
ไป๋เจี่ยนจู๋ขมวดคิ้วนิดๆ ยายนี่จะเสแสร้งไปถึงเมื่อใด หรือว่าต้องให้ข้าพูดจากปากเองว่าเพราะนางลูบคลำก้นข้าทั้งยังหัวเราะเยาะข้าดังนั้นข้าจึงต้องฆ่าเจ้า? เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดในโลกนี้จึงมีสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนี้ ต้องให้เขาพูดออกมาด้วยหรือ?
เขาอยากจะฉุดดึงจินเฟยเหยามา แล้วตะโกนเสียงดังใส่หูนางว่า เจ้าหยามเกียรติบุรุษ ดังนั้นจึงต้องใช้ชีวิตเจ้ามาล้างอาย แต่สติก็เตือนเขาอยู่ตลอดเวลาว่าอย่าทำเรื่องเช่นนี้เด็ดขาด ความบริสุทธิ์ที่ทำมาชั่วชีวิตจะหมดไป เขาได้แต่สะกดกลั้นโทสะเต็มท้อง เค้นประโยคหนึ่งลอดไรฟันออกมา “เจ้าจำไม่ได้จริงๆ?”
“เจ้าอย่ารีบร้อน ขอข้าคิดดูก่อน” เห็นใบหน้าของเขาดุร้ายขึ้นอย่างกะทันหัน จินเฟยเหยากลืนน้ำลาย รีบโบกมือเอ่ยตอบอย่างตึงเครียด
“ข้านึกออกแล้ว” จินเฟยเหยาพลันปรบมือ เอ่ยอย่างตื่นเต้น “สหายเซียนไป๋ ต้องเป็นเพราะข้าใช้ก้อนหินเล็กๆ ขว้างเจ้าแน่ เจ้าไม่ต้องมีโทสะถึงปานนั้น เอาแบบนี้ ข้าจะให้เจ้าขว้างหินก้อนเล็กๆ สองที จากนั้นคืนสิ่งของให้เจ้า เพียงแต่ข้าไม่มียาสร้างฐาน ข้าจะคืนเป็นศิลาวิญญาณให้เจ้านะ อย่างไรเสียเจ้าก็สร้างฐานแล้ว ไม่จำเป็นต้อง