นนี้ดียิ่งนัก ทำสัตว์ภูติสุดที่รักที่อาจารย์มอบให้ตาย กลับไปอย่าว่าแต่ยาสร้างฐานเลย เกรงว่านับจากนี้ต้องถูกโยนไว้ในมุม ให้กวาดลานเรือนไปชั่วชีวิต
“สหายเซียน สัตว์ภูติของเจ้าดูเหมือนจะควบคุมไม่ได้” ไม่รู้ว่าจินเฟยเหยามายืนอยู่ข้างกายหลี่หยวนเจิ้งตั้งแต่เมื่อใด กอดอกเอ่ยถามอย่างสนิทสนม
หลี่หยวนเจิ้งพยักหน้า เอ่ยอย่างเก้อเขินเล็กน้อย “ใช่ เจ้านี่ไม่เชื่อฟังอย่างยิ่ง ข้าก็ทำอะไรมันไม่ได้”
“อา!” หลี่หยวนเจิ้งได้สติคืนมา ตะโกนเสียงดังลั่นคิดจะหนี
จินเฟยเหยาใช้หมัดเดียวทำลายม่านแสงของเขา หมัดโดนท้องของเขาอย่างหนักหน่วง หลี่หยวนเจิ้งรู้สึกเหมือนท้องถูกคนบิดและถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างรุนแรง เจ็บปวดจนต้องอ้าปาก พูดอะไรไม่ออกอยู่นาน
“สหายเซียนหลี่ ข้าว่าเจ้าโชคร้ายเพียงพอแล้ว อีกสักครู่ยังต้องรับมือกับบรรดาผู้บำเพ็ญเซียนที่ได้รับบาดเจ็บเพราะสัตว์ภูติของเจ้าอีก สิ่งของที่สัตว์ภูติตัวนั้นทำลายก็ต้องให้เจ้าชดใช้ เจ้าเป็นหนี้มากมายปานนี้ ถ้าข้าอัดเจ้าตาย ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นต้องกินข้าแน่ ข้าว่าเจ้ารีบลงจากเวทีไปแก้ไขเรื่องเหล่านี้เถอะ” จินเฟยเหยาหิ้วหลี่หยวนเจิ้งขึ้น แล้วอัดเขาอีกหลายหมัดอย่างแรง ต่อยเขาจนสลบไป จึงใช้มือโยนเขาลงจากเวที แล้วเข้าไปในสองร้อยอันดับแรกของเวทีประลองย่อยหมายเลขสี่อย่างสบายๆ
ส่วนหลี่หยวนเจิ้งเพิ่งถูกโยนลงจากเวทีก็ถูกผู้ตัดสินเรียกคนมาพาตัวไป งูภูติเงินทองของเขาทำ