ที่เจ้าชอบใช่หรือไม่ เช่นนั้นเจ้าก็ลองลิ้มรสดูบ้าง”
“ช้าก่อน ข้ายอม…” ชายร่างกำยำดิ้นรนอยากจะลุกขึ้น คิดจะตะโกนเสียงดังว่ายอมแพ้
“ตายเสียเถอะ” จินเฟยเหยาไม่ให้โอกาสเขายอมแพ้ ด่าทอพลางทุบเศษเวทีลงไป จากนั้นกระโดดเหินร่างขึ้นบนเศษซากเวที กระทืบหลายครั้งอย่างแรง ได้ยินเพียงเสียงดังกร๊อบ เศษเวทีสองชิ้นก็ถูกกดทับเข้าด้วยกันอย่างแนบสนิทเหมือนโร่วเจียหมัว[2]ขนาดยักษ์
จินเฟยเหยาถอนหายใจยาว ตบพั่งจื่ออย่างอารมณ์ดี “ในที่สุดก็ได้ระบายโทสะ ตอนนี้สบายใจขึ้นมาก ไป พวกเราไปหาที่กินของว่างมื้อดึกกัน”
ผู้ตัดสินส่ายศีรษะขีดฆ่าหมายเลขของชายร่างกำยำทิ้ง มองเศษซากเต็มพื้น เขาโยนยันต์ถ่ายทอดเสียงใบหนึ่งออกไป ให้คนมาจัดการเวทีประลองใหม่ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางประลองต่อไปได้
จินเฟยเหยาชนะอีกหนึ่งรอบ ทั้งสองครั้งล้วนไม่เคยใช้พละกำลังที่แท้จริง ถึงจะเป็นขั้นฝึกปราณช่วงปลายเช่นเดียวกัน ทว่าวิธีการบำเพ็ญเพียรแตกต่างกัน พละกำลังย่อมแตกต่างกันบ้าง ตลอดมาผู้บำเพ็ญเซียนสตรีมักจะเน้นด้านการสร้างใบหน้าและร่างกายอันงดงาม เคล็ดวิชาที่ฝึกบำเพ็ญมักจะมีแนวโน้มไปทางสวยงามหรือสง่างาม ทำให้ประโยชน์ใช้สอยลดลง
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษ ส่วนมากก็เพียงให้ความสำคัญกับสิ่งของนอกร่างกาย เช่น ของวิเศษ เวทมนตร์ และสัตว์ภูติที่ร้ายกาจ พลังการบำเพ็ญเพียรของตนเอง ถูกจำกัดอยู่ที่พลังวิญญาณและการรับรู้ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณอาจจะต