อบกระโจมยังตั้งโต๊ะไม้จำนวนมากชั่วคราว ด้านบนใช้ฉากบังลมอันงดงามกั้นเป็นห้องเล็กๆ ด้านในมองเห็นโต๊ะและเก้าอี้อันแสนสบายตั้งอยู่รางๆ ทว่ากลางกระโจมไม่ได้ตั้งเครื่องเรือนอื่นๆ แค่ปูพรมลายดอกไม้หนาๆ ไว้ ให้บรรดาผู้บำเพ็ญเซียนนั่งหรือยืนมองการประลองในคันฉ่องจันทราวารีด้านบน บ่อยครั้งเมื่อการประลองรู้ผล ก็จะเห็นผู้บำเพ็ญเซียนบางคนตื่นเต้นยินดี บางคนหน้าม่อยคอตก ตอนลงเดิมพันมากเกินไปยังด่าทอด้วยโทสะหลายประโยค
จินเฟยเหยามองอยู่ครู่หนึ่งอย่างสงสัย จึงพบว่าดูการประลองที่นี่ดีกว่าดูในลานประลองจริงๆ ข้างนอกมากนักตอนประลองด้านนอกรู้แค่หมายเลขที่ตะโกนบอก เหมือนจินเฟยเหยาที่ไม่รู้ว่าเจ้าโร่วเจียหมัวคนนั้นชื่ออะไร ไม่รู้เลยสักนิดว่าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนอิสระหรือเป็นศิษย์มีสำนัก
อยู่ที่นี่ไม่เหมือนกัน ทุกครั้งที่มีคนขึ้นเวที คันฉ่องจันทราวารีก็จะบอกตัวอย่างสภาพรายละเอียดของคนผู้นี้ออกมา ให้คนที่ลงเดิมพันเปรียบเทียบเอง
หอฝูหลิงไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่เพียงมีชื่อแซ่และพลังการบำเพ็ญเพียรของผู้บำเพ็ญเซียน บางคนขนาดสำนักอะไร ปีนี้อายุเท่าไร เวทมนตร์ที่ใช้บ่อยคืออะไรก็ยังมีบันทึกไว้
คิดไม่ถึงว่าขนาดอีกฝ่ายเป็นเวทมนตร์อะไร ใช้อาวุธอะไรก็มีประกาศ จะเทพเกินไปแล้ว จินเฟยเหยามองคันฉ่องจันทราวารีเหล่านั้นอย่างประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเมื่อครู่ตอนถึงรอบของตนเอง มีเคล็ดวิชาแนะนำหรือไม่ ใช่จะประกาศเคล็ดวิชาฟ้าดินดับสูญของตนเอง