กับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงกลาง ไม่รู้ว่าคนผู้นี้ผ่านการประลองสองครั้งแรกมาได้อย่างไร ถึงรอบเขาขึ้นเวที พอเห็นว่าคู่ต่อสู้คือจินเฟยเหยา เขาก็ขลาดกลัวร้องขอความเมตตาไม่หยุด
จินเฟยเหยารู้สึกประหลาดใจ ถ้ากลัวขนาดนี้ ก็กระโดดลงเวทีไปเองก็พอมิใช่หรือ จะขอให้ละเว้นชีวิตทำไม
เห็นจินเฟยเหยาไม่สนใจเขา เขาก็หยิบกระเป๋าสัตว์ภูติออกมาตบหนึ่งครั้ง อสรพิษนับพันตัวร่วงลงเต็มพื้นเวที มีหลากหลายชนิดและสีสันสดใส ทุกตัวแลบลิ้นห้อมล้อมจินเฟยเหยาเอาไว้
พอเห็นงูเต็มเวที จินเฟยเหยารู้สึกว่าคนผู้นี้ต้องเคยศึกษามาแน่นอน ว่าตนเองใช้เรี่ยวแรงสัตว์ป่า ร่างของงูอ่อนนุ่ม ทั้งยังมีปริมาณมาก ตนเองต้องรับมือไม่ได้แน่
“พั่งจื่อ ฝากด้วย” จินเฟยเหยาโบกมือให้พั่งจื่อ ตนเองถอยไปอยู่ด้านหลัง
“งูกินกบ คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะให้กบผานอวิ๋นมาต่อกรกับงูจำนวนมากมาย งูพวกนี้ของข้ากินกบผานอวิ๋นมาจนโต ต่อให้สัตว์ภูติเจ้ามีขนาดใหญ่กว่านี้ก็เป็นแค่กบผานอวิ๋น” ผู้บำเพ็ญเซียนคนนี้เห็นจินเฟยเหยาทิ้งเขาไว้กับกบตัวหนึ่ง เดิมทีเขาคิดจะแสร้งทำเป็นอ่อนแอ กลับรู้สึกถูกเหยียดหยามอย่างมาก
จินเฟยเหยาคร้านจะสนใจเขา นั่งขัดสมาธิบนพื้น หยิบม้วนภาพออกมาคิดจะดูว่าเจ้าหมอนี่เป็นใคร