ู้หนึ่งเป็นเรื่องที่ถูกทำนองคลองธรรม
ได้ยินหวาซีเอ่ยชมตนเอง จินเฟยเหยาดูเหมือนจะนึกขึ้นได้อย่างกะทันหัน ยิ้มชั่วร้ายเอ่ยว่า “พี่หวา ได้ยินว่าสัตว์ปิศาจที่กินแต่ผู้บำเพ็ญเซียนสตรี ไม่ได้ปรากฏตัวนานแล้ว ถูกใครบางคนฆ่าทิ้งแล้วใช่หรือไม่ สัตว์ปิศาจตัวนั้นน่าชังเกินไปจริงๆ ฆ่าผู้บำเพ็ญเซียนสตรีไปมากมายปานนั้น น่าจะถูกกำจัดเร็วๆ จึงถูกต้อง”
เห็นนางยิ้มอย่างกระหยิ่มยินดี หวาซีพลันไม่เข้าใจขึ้นมา ว่าเหตุใดตอนนั้นตนเองจึงไม่กำจัดนางทิ้ง ทั้งยังสุมหัวรวมกับนางจนมีความสัมพันธ์เช่นนี้ นี่คือชักศึกเข้าบ้านโดยสมบูรณ์ มีความรู้สึกเหมือนถูกแมลงดูดเลือดเกาะทั่วร่าง ทว่าเขากลับลืมไป ถ้าหากมิใช่เพราะตัวเขาเอง ก็คงไม่ถูกแมลงดูดเลือดเช่นนี้พัวพันหรอก
“รู้แล้ว แต่ว่าหลังจากครั้งนี้ เจ้าอย่าวางแผนกับข้าอีก ข้าจะไม่ให้อะไรเจ้าเลย” หวาซีกุมหน้าผากเอ่ยอย่างช่วยไม่ได้
จินเฟยเหยาส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ “สิ่งของห่วยๆ เหล่านี้ของเจ้า ข้าไม่ต้องการหรอก ดูของหายากของเจ้าสิ”
“เอาละ มื้อนี้เจ้าเลี้ยง ข้ายังมีธุระต้องไปทำอีก หลังจากการประลองเริ่ม พวกเราค่อยพบกัน”
จินเฟยเหยาเช็ดปากแล้วลุกขึ้น เก็บมดหนึ่งผลึกที่ยังพัวพันอยู่เข้ากระเป๋าสัตว์ภูติ เรียกพั่งจื่อให้จากไป
เห็นกบผานอวิ๋นกระโดดลงบนพื้น คิดไม่ถึงว่าเรือนร่างจะกลายเป็นสูงสี่ฉื่อเต็มๆ จินเฟยเหยายังหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ที่วางอยู่ใต้โต๊ะออกมาให้มันแบกบนหลัง
ทุกคน