จินเฟยเหยาแล่นกลับมายังเรือนของตนเอง ก็อดหัวเราะเสียงดังไม่ได้ นางเห็นผู้อื่นทำเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก รู้สึกแค่ทั้งน่าขำและน่าสนุก
ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีสองนางนั้นน่าจะฝึกวิชาบำเพ็ญคู่โดยเฉพาะ อาศัยการบำเพ็ญคู่กับบุรุษหาศิลาวิญญาณมาฝึกบำเพ็ญ ถึงแม้จะหาเงินได้สบายๆ และไม่มีอันตราย ทั้งตอนบำเพ็ญคู่ยังสามารถยกระดับพลังการบำเพ็ญเพียรของตนเองได้ด้วย แต่ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีส่วนมากยังไม่ยอมอาศัยวิธีการเช่นนี้มาฝึกบำเพ็ญ
จินเฟยเหยาก็ไม่ได้ดูถูกพวกนาง แต่ละคนล้วนมีวิธีการดำเนินชีวิตของตนเอง ไม่มีใครสูงส่งกว่าใคร ขอเพียงไม่ขัดขวางนาง ผู้อื่นจะทำอะไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับนาง
หลังจากหัวเราะแล้ว นางก็กลับมายังห้องหลอมยา คิดจะทดลองหลอมยาดูสักเตาก่อน
ที่จริงการใช้ไฟพิภพง่ายดายยิ่ง เพื่อจะได้เห็นท่าทางขัดเขินของนางติงจี้จึงบอกเล่าประสบการณ์ตอนหลอมยาของตนเองให้นางฟัง ถึงจะเป็นเพียงประสบการณ์หลอมยาที่ล้าสมัย ก็ดีกว่าจินเฟยเหยาที่ไม่รู้อะไรเลยมากนัก
เตรียมทุกอย่างพรักพร้อมแล้ว นางร่ายอาคมก่อน รวมพลังวิญญาณเป็นบอลแสงเล็กๆ บนนิ้วมือ จากนั้นดีดไปยังหัวพยัคฆ์ซึ่งเป็นทางออกไฟในหลุมไฟพิภพ ทางออกถูกพลังวิญญาณกระตุ้นก็พุ่งเปลวเพลิงอันร้อนผ่าวออกมา นางเปิดทางออกไฟทั้งหกทางตามวิธีนี้ พริบตาก็มีคลื่นความร้อนในห้องหลอมยาอย่างต่อเนื่อง พักหนึ่งก็ทำให้นางร้อนจนเหงื่อออกเต็มศีรษะ
จินเฟยเหยาพับแขนเสื้อขึ้น นำเตาหลอมยาทอง