“ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะช้าไปครึ่งก้านธูป[1] คงไม่ใช่กลิ้งลงไปจากถนนหรอกนะ” เสียงของเด็กชายที่ติดจะเย็นชาหน่อยๆ ดังมา จินเฟยเหยาอดขมวดคิ้วเบาๆ ไม่ได้
เบื้องหน้าของนางมีเด็กชายอายุหกเจ็ดขวบคนหนึ่งยืนอยู่ มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณระดับต้น สวมใส่ชุดผู้รับใช้สีน้ำเงินเข้มทั้งตัว สองมือไพล่หลัง เชิดคางนิดๆ มีสีหน้าคุณชายผู้ดีที่ไม่เห็นศีรษะใคร แต่น่าเสียดายที่หน้าตาหนอนไม่แทะสุนัขไม่รับประทาน ไม่มีพลังลาภยศสรรเสริญกดดันคนเลยสักนิด กลับมีท่าทางน่าเกลียดของบ่าวรับใช้ที่ชั่วร้าย
เจ้าเด็กนี่ชื่อว่าติงเต๋อโย่ว เป็นคนที่ตระกูลของอวิ๋นเฟิงเจินเหรินส่งมา ได้ยินว่าเป็นเหลนชายของป้าคนที่แปดของอวิ๋นเฟิงเจินเหริน นับว่าเกี่ยวข้องเป็นคนในตระกูล อายุยังน้อยแต่ไม่รักดี มีพฤติกรรมแบบเดียวกับหลิวเสวี่ยม่าน อาจารย์เป็นเช่นไรก็สอนลูกศิษย์ออกมาเช่นนั้น
จินเฟยเหยายิ้มขออภัย “ศิษย์น้อง เมื่อครู่แพะฉางหลิงสองตัวต่อสู้กัน ดังนั้นจึงมาสายไปหน่อย แต่ว่าน่าจะยังไม่ถึงเวลา”
“หากยังไม่เตรียมตัวอีก เจินเหรินจะต้องรอนะ รีบไปเถอะ” ติงเต๋อโย่วมองนางอย่างไร้ความอดทน สะบัดมือแล้วเดินเข้าไปด้านใน จินเฟยเหยาแบกถังไม้ เร่งฝีเท้าติดตามเขาไป วังอวิ๋นเย่สร้างขึ้นติดกับกำแพงภูเขาของยอดเขาลั่วซี แบ่งเป็นตำหนักหน้าและตำหนักหลัง ตำหนักหน้ามีไว้จัดการธุระและเป็นที่พักของผู้รับใช้ ส่วนตำหนักหลังเป็นที่พำนักขอ