“อา…”
ข้าครวญครางเมื่อได้สติอีกครั้งแล้วพบกับสัมผัสเย็นเฉียบเป็นอย่างแรก คาดว่าเพราะร่างถูกวางให้นอนนิ่งกับพื้นกระเบื้อง สองมือกางแผ่ ใบหน้าคว่ำลง ทำให้รู้สึกถึงคราบเลือดแห้งกรังบริเวณข้างแก้ม ข้าแลบเลียริมฝีปากบรรเทาความกระหาย ก่อนจะลองขยับตัวเล็กน้อย
‘ห้ามขยับ’
เสียงของโฟรเซนทำให้ข้านอนนิ่งอย่างเชื่อฟัง
‘ค่อยๆ ลืมตา…อย่าเพิ่งกระโตกกระตากล่ะ’
ข้าทำตามคำนั้น ก่อนจะพบว่าด้านหน้าคือลูกกรง ส่วนพื้นที่ข้านอนอยู่นั้นเต็มไปด้วยรอยสลักจากมีดสร้างเป็นเขตอาคม
‘เจ้าอยากฟังข่าวดีหรือข่าวร้ายก่อนล่ะ’
น้ำเสียงของโฟรเซนเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มถึงอย่างนั้นก็โล่งใจ ข้าหลับตาปี๋แกล้งสลบไม่ตื่นเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรวจตราของชาวเผ่างู
ข่าวร้ายแล้วกัน
‘รอยสลักที่เจ้าเห็นคืออาคมกักพลังเวท ทำให้ข้าไม่สามารถใช้เวทใดๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นการข้ามมิติหรือปรากฏกายเคียงข้างเจ้า คาดว่าในห้องบัลลังก์เองก็มีลวดลายพวกนี้บนพื้นเช่นเดียวกัน แต่ถูกพรมบังพวกเราจึงไม่ทันสังเกต’
แล้วทำไมเจ้ายังสื่อสารกับข้าได้
‘เพราะนี่เป็นผลพ่วงจากตราพันธสัญญา ไม่ใช่การใช้เวทใดๆ’
ข้าขมวดคิ้วกับความซวยนี้ ถูกสเกลปิออซหลอกจนเกือบยื่นอาวุธให้คนผิด แล้วดันโดนผู้รับของตัวจริงหักหลังจนถูกขังอีก ประสบการณ์การเป็นผู้ส่งสารของข้าจะย่ำ