ีกเล่า“อืม เพื่อนสนิทของข้าเก่งมากนะ โดยเฉพาะเก่งในการต่อสู้ แต่นิสัยเรียบง่ายมาก คนที่รู้ว่านางเก่งมีไม่มาก หากนางสอนท่านสักสองประโยค รับรองว่าท่านจะได้ประโยชน์มหาศาล”เมื่อพูดถึงเพื่อนสนิท สีหน้าของอวี้เมิ่งเมิ่งก็เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ“เก่งในการต่อสู้?”“แน่นอนสิ ที่บ้านของพวกเรา นางเป็นคนที่เก่งที่สุด ไม่มีใครเอาชนะนางได้”ลู่หยางไม่ได้ใส่ใจคำพูดของอวี้เมิ่งเมิ่งนัก เพื่อนสนิทของเจ้าจะเก่งแค่ไหน จะเก่งเท่าศิษย์พี่ใหญ่ได้หรือ?อย่าว่าแต่ศิษย์พี่ใหญ่เลย เพื่อนสนิทของเจ้าเก่งกว่าข้าก็นับว่าไม่เลวแล้วลู่หยางและอวี้เมิ่งเมิ่งกินไปเที่ยวไป ค่อยๆ เดินทางมาถึงหอกระบี่“บ้านเจ้าแต่ก่อนไม่ให้เจ้ากินอาหารหรือไร?” ลู่หยางมองอวี้เมิ่งเมิ่งด้วยสายตาประหลาด อวี้เมิ่งเมิ่งยังถือเส้นวุ้นเส้นย่างไม้หนึ่ง ซื้อมาจากร้านเนื้อย่าง ‘มาอีกครั้ง’
“แน่นอนว่ามีของกิน รสชาติก็ไม่เลว อย่างเช่นลูกท้อ แต่กินมากๆ ก็รู้สึกเลี่ยนได้ อีกอย่างรสชาติก็จืดชืด ไม่เหมือนที่นี่”ลู่หยางคิดในใจ หากเจ้าอยากกินอาหารรสจัด มาแคว้นซู่ก็นับว่ามาถูกที่แล้ว หากเจ้าคิดว่ารสชาติที่นี่ยังอ่อน ข้าคงต้องเชิญเซียนมาเข้าร่างทำอาหารให้เจ้าแล้วล่ะลู่หยางเห็นภาพเลือนรางของกระบี่เซียนขนาดมหึมาตั้งตระหง่านเสียดฟ้า ปักอยู่บนพื้น ด้ามกระบี่ถูกเมฆบางส่วนบดบัง ราวกับมีและไม่มีเมื่อมองดูอย่างละเอียด จึงพบว่านั่นไม่ใช่กระบี่เซียนขนาดมหึมาแต่เป็นหอ