หลังจากพยายามปลุกความทรงจำในชาติแรกของหลี่หาวเหรินไม่สำเร็จ และถือโอกาสโอ้อวดข่าวดีเรื่องการข้ามขั้นสู่การแปลงร่างเซียนซ ้าๆ หลายรอบ ลู่หยางก็พึงพอใจมุ่งหน้าไปยังหอคัมภีร์ส่วนหลี่หาวเหรินก็หยิบค้อนขึ้นมาทุบโลหะต่างชนิดดังกึงกังๆตั้งใจว่าจะต้องไล่ตามความก้าวหน้าในการบำเพ็ญของลู่หยางให้ทันเพื่อป้องกันไม่ให้เขามาโอ้อวดต่อหน้าตนอีกไม่นานมานี้ ลู่หยางเพิ่งมาที่หอคัมภีร์ครั้งหนึ่ง เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับสายฟ้าพิบัติต่างๆ เพื่อใช้ในการข้ามพิบัติน่าเสียดายที่ความรู้มากมายที่เขาเรียนมา กลับไม่ได้ใช้เลยสักอย่างในตอนข้ามพิบัติลู่หยางพลิกดูวิชายุทธ์ต่างๆ ตามปกติ พยายามดูดซับแรงบันดาลใจจากวิชายุทธ์อื่นๆ แล้วประยุกต์ใช้กับตนเองวิชายุทธ์ขั้นแปลงร่างเซียนส่วนใหญ่มีจุดเน้นสองประการประการแรกคือวิธีพัฒนาความสามารถของวิญญาณบริสุทธิ์ให้ได้มากที่สุด เช่น การออกจากร่าง การต่อสู้ด้วยวิญญาณบริสุทธิ์เป็นต้น
จุดนี้ไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับลู่หยางเท่าไร วิญญาณบริสุทธิ์ของเขาเหมือนกับคนจริงๆ มีความคล่องตัวสูงมาก ไม่จำเป็นต้องฝึกฝนเพิ่มเติมในด้านนี้อีกจุดเน้นอีกประการหนึ่งคือวิธีการเชื่อมต่อกับฟ้าดินอย่างมีประสิทธิภาพ นี่เป็นเรื่องที่ลู่หยางไม่เคยสัมผัสมาก่อน และเป็นสิ่งที่ผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนทุกคนต้องทำยิ่งเชื่อมต่อกับฟ้าดินได้ราบรื่นเพียงใด การข้ามขั้นสู่ขั้นฝึกความว่างเปล่าและขั้นรวมร่างในอนาคตก็จะยิ่