เถาเหยาเยี่ยถือท้อเซียนอย่างหวงแหน นางแซ่เถา และศิษย์พี่ลู่หยางยังให้ท้อเซียนล ้าค่า นี่กำลังบอกเป็นนัยถึงอะไรหรือ?“น้องเถา ท้อเซียนมีฤทธิ์ในการทำให้ขั้นมั่นคง หากเป็นไปได้ข้าแนะนำให้เจ้ากินหลังจากข้ามขั้นเป็นขั้นแปลงร่างเซียนแล้ว”เถาเหยาเยี่ยพยักหน้าหงึกๆ อย่างว่าง่าย ทำให้ลู่หยางอดรู้สึกขำไม่ได้ ในบรรดาผู้บำเพ็ญหญิงที่เขารู้จัก ก็มีแต่น้องเถาเท่านั้นที่ว่าง่ายอย่างเซียนอมตะหรือศิษย์พี่ใหญ่ ที่ไหนจะมีส่วนใดให้เขาพูดได้?ท้อเซียนลูกสุดท้าย ลู่หยางตัดสินใจให้หลี่หาวเหริน“เมิ่งเฒ่าติดตามเซียนไปบำเพ็ญ คงใช้ชีวิตแบบเซียนสบายๆของล ้าค่าและสมุนไพรที่กินคงไม่ขาด ไม่น่าจะขาดลูกนี้”“ให้ข้าหรือ?” หลี่หาวเหรินรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าเมื่อศิษย์พี่ลู่หยางได้รับของดีก็ยังนึกถึงเขาเขาคิดว่าศิษย์พี่ลู่หยางจะหาเขาก็ต่อเมื่อต้องการคนมาฝึกฝนเท่านั้นลู่หยางพูดอย่างจริงจัง: “น้องหลี่ บัดนี้ข้าเป็นผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนแล้ว มีของดีจะลืมเจ้าได้อย่างไร?”หลี่หาวเหริน: “……”
เจ้าแค่อยากจะอวดว่าท่านข้ามขั้นเป็นขั้นแปลงร่างเซียนแล้วใช่ไหม?“เจ้าได้กลิ่นท้อเซียนแล้ว รู้สึกคุ้นเคยหรือไม่?” ลู่หยางพยายามปลุกชาติแรกของหลี่หาวเหรินห้าเซียนยุคโบราณกินท้อเซียนบ่อยๆ โดยเฉพาะเซียนแห่งกาลเวลาและอีกสามคนที่กินอาหารที่เซียนอมตะทำแล้วตามด้วยท้อเซียน ย่อมต้องรู้สึกว่าเป็นรสชาติเลิศล ้าในโลกมนุษย์ ทิ้งความประทับ