ะอยู่ในสถานะเดียวกับนาง และบอกให้เรียกร่างแท้ของเขามาพบ“สหายชมเกินไปแล้ว เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าในยุคหลังจะมีบุคคลผู้เลิศล ้าเช่นท่าน คนรุ่นหลังช่างน่าเกรงขามจริงๆ”เซียนอิงเทียนอดยิ้มเย็นในใจไม่ได้ เขาจงใจชี้ว่าอวี้จือเป็นคนยุคหลัง เพื่อแสดงความอาวุโสของตนก่อน ดูซิว่านางจะรับมืออย่างไร!“เป็นเพียงพรสวรรค์เท่านั้น ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย”อวี้จือกล่าวด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องเล็กน้อยไร้ความสำคัญเซียนอิงเทียน: “……”
ข้าจะตอบคำพูดนี้อย่างไรดี?แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงปัญหานี้อีกต่อไปภายใต้สายตาของลู่หยางและอีกสองคน ร่างของเซียนอิงเทียนค่อยๆ จางลง จนสามารถมองทะลุเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหลังเขาได้“อิงเทียน ความคิดคำนึงของท่านกำลังจะหมดแล้วหรือ?”เมื่อตัวเองเกือบจะหายไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรักษาความสำรวมอีกต่อไปเซียนอิงเทียนชูสองนิ้วแนบกับขมับ แล้วดีดออกไปด้านนอกหัวเราะอย่างสดใสว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อน แม้จะไม่รู้ว่าร่างแท้ของข้าอยู่ที่ใด แต่ก็หวังว่าพวกท่านจะสามารถพบเขาได้”จากนั้นเซียนอิงเทียนก็หายไป ราวกับไม่เคยปรากฏตัวมาก่อนศิษย์พี่ใหญ่เนรมิตบัลลังก์ขึ้นสามที่จากความว่างเปล่า แล้วเชิญให้ลู่หยางและเซียนอมตะนั่งลง ด้วยท่าทางคล่องแคล่วราวกับอยู่ในพื้นที่จิตวิญญาณของตัวเอง“พวกเจ้าสองคนไปทำอะไรมา ถึงได้เรียกความคิดคำนึงของเซียนอิงเทียนออกมาได้?”ลู่หยางและเซียนอมตะเล่าเหตุการณ์ใ