“คนในวังเป็นคนขโมยหรือ?” รองเสนาบดีกรมอาญาส่งเสียงสื่อจิตถาม เรื่องนี้ใหญ่แล้ว เขาไม่กล้าพูดออกมาหากสืบสวนลึกลงไป ไม่รู้ว่าจะไปโยงอะไรอีกมากมายกรมอาญาของพวกเขาช่วงนี้กำลังปะทะกับราชวงศ์หรือ องค์ชายสองคนตกมาอยู่ในมือพวกเขาแล้ว ในประวัติศาสตร์นี่เป็นสิ่งไม่เคยมีมาก่อน“คาดว่าแปดถึงเก้าส่วนเป็นอย่างนั้น ตอนนี้มีความเป็นไปได้สองอย่าง หนึ่งคือเซียนลงมือ อีกอย่างคือคนในวังขโมย”แต่ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้แบบไหน ก็ฟังไม่ขึ้นไม่มีแรงจูงใจในการก่อเหตุนี่นาอิ่มจนท้องกางแล้วไปขโมยบัลลังก์ทำไม ให้ฮ่องเต้ยืนรับเข้าเฝ้าหรือ?หากคิดเช่นนี้ ดูเหมือนขุนนางทุกคนล้วนมีแรงจูงใจ“เจ้าไปทำรายชื่อ ดูว่ามีใครบ้างที่คุ้นเคยกับกำแพงกำบังในวัง”“พ่ะย่ะค่ะ”
รองเสนาบดีกรมอาญาทำงานฉับไว ไม่นานก็ทำรายชื่อออกมาบนนั้นล้วนเป็นชื่อของคนในราชวงศ์ ชื่อแรกคือฮ่องเต้สวีซินตบศีรษะรองเสนาบดีกรมอาญาทีหนึ่ง “โง่หรือ เอาฝ่าบาทไว้ข้างบนทำไม จะเป็นฝ่าบาทขโมยเองหรือ?”รองเสนาบดีกรมอาญาได้ยินแล้วรีบลบชื่อของฮ่องเต้ออกฮ่องเต้มีโอรสเก้าองค์ ธิดาเจ็ดองค์ หลังจากองค์ชายสี่และองค์ชายห้าถูกจับ ผู้ต้องสงสัยก็ลดลงสองคนแน่นอนว่า นอกจากองค์ชายและองค์หญิง ขันทีหลี่ผู้ติดตามฮ่องเต้และคนอื่นๆ ก็ล้วนต้องสงสัยหลังจากได้รับความเห็นชอบจากเจียงฉวิน กรมอาญาก็เริ่มการค้นหาอย่างรวดเร็ว“ขุนนางผู้ภักดีสวี สืบสวนเป็นอย่างไรบ้าง?” เจียงฉวินเรียกสวีซินมาที่ตำ