รีบปฏิเสธทันที เขาไม่อยากเกี่ยวข้องกับเรื่องก่อกบฏเซียนอมตะให้ความสำคัญกับลู่หยางมาก “หยางน้อย เจ้าไม่ต้องต ่าต้อย เจ้าในฐานะขุนนางที่อยู่ใต้ขาของข้าผู้เป็นเซียน…”
“เป็นขุนนางคู่ใจต่างหาก” ลู่หยางแก้ไขอย่างจริงจัง เขายังมีหน้าที่เป็นอาจารย์ของฮ่องเต้ ดูแลวัฒนธรรมของราชวงศ์ถั่ว“โอ้ งั้นก็เป็นขุนนางคู่ใจ เจ้าในฐานะขุนนางคู่ใจของข้าผู้เป็นเซียน ข้าจะอย่างไรเลยจะทำให้เจ้าเสียเปรียบ แน่นอนว่าสุขทุกข์ร่วมกัน!”ขณะที่เซียนอมตะกำลังคุยกับลู่หยาง สวีซินก็มาถึงคฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง มุ่งตรงมาที่ลู่หยางเซียนอมตะไม่ทันสังเกตความเคลื่อนไหวภายนอก แต่แม่ทัพใหญ่ทั้งสามสังเกตเห็นเอ้าหลิงมีปฏิกิริยาเร็วที่สุด ไม่ควรให้สวีซินเห็นพวกนางทั้งสามอยู่กับลู่หยาง นี่ยากที่จะอธิบาย เรื่องลัทธิสวรรค์ยุคโบราณก็จะแตกแล้วจิ่นไฉเหวยตบมือสามครั้งติดกัน ทั้งสามกลายเป็นภาพวาดสามภาพ แขวนบนผนัง ดูกลมกลืนไม่ขัดตาสวีซินนำคณะกรมอาญาผลักประตูเข้ามา หัวเราะร่าเริง“ฮ่าๆ ลู่หยาง ที่แท้เจ้าพักอยู่ที่ตระกูลเมิ่ง ทำให้ข้าตามหาเสียเหนื่อย เจ้าแจ้งความองค์ชายสี่ โน้มน้าวสือเล่ยและคนอื่นๆ ให้มามอบตัว มีความดีความชอบ ข้าตั้งใจมาชมเชยเจ้า”
เพื่อแสดงความให้ความสำคัญกับลู่หยาง สวีซินถือถาดด้วยตัวเอง บนถาดวางใบประกาศชมเชย ทรัพยากรบำเพ็ญ และสิ่งของอื่นๆจากนั้นเขาผลักประตูเข้าไป เห็นลู่หยางนั่งบนบัลลังก์อย่างสง่าและฮ่องเต้ยืนอย่างสงบเรียบร้อย