องเต้รู้สึกว่ำวิทยำยุทธ์ขั้นแปลงร่ำงเซียนของเขำ ย่อมไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อกำรก่อกบฏแน่นอน ดูเหมือนว่ำจะท ำได้เพียงใช้วิธีฆ่ำตัวตำย ท ำให้บัลลังก์ว่ำงลง จึงจะสร้ำงโอกำสให้รำชวงศ์ถั่ว“พอแล้วๆ บอกแล้วว่ำพวกเรำจะใช้วิธีกำรสันติ ดูพวกเจ้ำสิ นี่ก็ใช้รูปแบบของผลแห่งกำรบ ำเพ็ญเป็นเค้ำ นั่นก็ฆ่ำตัวตำย”“แล้วจะใช้วิธีกำรสันติอย่ำงไรเพื่อโค่นล้มรำชวงศ์ต้ำเซี่ย?” เอ้ำหลิงสงสัย นำงเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับเซียนตระกูลเจียงสักยกแล้วหำกเป็นเพียงเซียนอมตะคนเดียว คงยำกที่จะคิดหำวิธีที่มีประสิทธิภำพ แต่โชคดีที่เซียนอมตะไม่เคยอยู่คนเดียว ในพื้นที่จิตวิญญำณของนำงมีลู่หยำงเจ้ำหนุ่มคอยวำงแผน
“สุภำษิตกล่ำวไว้ แย่งชิงอ ำนำจยึดบัลลังก์ หำกต้องกำรโค่นล้มแคว้นต้ำเซี่ย ต้องท ำให้ส ำเร็จทั้งกำรแย่งชิงอ ำนำจและกำรยึดบัลลังก์สองขั้นตอนนี้ ข้ำคิดว่ำควรยึดบัลลังก์ก่อน แล้วค่อยแย่งชิงอ ำนำจ”“อะไรคือกำรยึดบัลลังก์ ก็แน่นอนว่ำเป็นกำรยึดบัลลังก์ที่อยู่บนรำชส ำนักนั้น!”“ควำมส ำคัญของบัลลังก์ไม่ต้องพูดถึง องค์ชำยหลำยคนเบียดเสียดแย่งชิงกัน เพื่ออะไร ก็เพื่อบัลลังก์นั้นไม่ใช่หรือ”“พวกเรำแย่งชิงบัลลังก์ได้ ก็จะโค่นล้มแคว้นต้ำเซี่ยไปครึ่งหนึ่งแล้ว”เซียนอมตะพูดอย่ำงจริงจัง “ดังนั้น ข้ำคิดว่ำ พวกเรำควรไปวังหลวงและขโมยเก้ำอี้นั้นมำ!”“ควำมคิดที่ดี!” เอ้ำหลิงและเจียงเหลียนอี๋พร้อมใจกันปรบมือปรบอย่ำงแรงในพื้นที่จิตวิญญำณ ลู่หยำงถอนหำ