ั้นลึกลับซับซ้อนจริงๆซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของประวัติศาสตร์ยุคโบราณคณบดีพูดกับเยว่กู่อย่างจริงจัง “กู่น้อย ข้าเคยบอกเจ้าแล้วว่าอย่าคิดว่าเรียนรู้ประวัติศาสตร์ยุคโบราณแค่ผิวเผิน แล้วคิดว่ายิ่งใหญ่นัก ยุคโบราณเป็นยุคเช่นไร นั่นคือยุคที่รุ่งโรจน์ที่สุดของโลกการบำเพ็ญเซียน มีตำนานมากมายเกิดขึ้นไม่ขาดสาย แม้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตก็ยากที่จะเข้าใจได้แม้เพียงเสี้ยวเดียว”“เจ้าดูสหายน้อยสองคนนี้สิ พวกเขาเข้าใจประวัติศาสตร์ยุคโบราณมากกว่าเจ้า แต่กลับมีคำตอบสองแบบสำหรับเรื่องเดียวกันเห็นได้ชัดถึงความลึกลับของประวัติศาสตร์ยุคโบราณ”เยว่กู่รู้สึกละอายใจต่อคำพูดของคณบดีจนทนไม่ไหว“อาจารย์ ศิษย์รู้ผิดแล้ว”
“รู้ผิดก็ดีแล้ว ไปสอนหนังสือที่ตระกูลเมิ่งต่อเถอะ”หลังจากที่คณบดีไล่เยว่กู่กลับไปตระกูลเมิ่งแล้ว ก็อภิปรายประวัติศาสตร์ยุคโบราณกับจิ่นไฉเหวยและลู่หยางต่อ คำบรรยายของจิ่นไฉเหวยเปิดหูเปิดตาเขาอย่างแท้จริง ทำให้เขาเข้าใจความลับยุคโบราณมากมาย“เจ้าบอกว่าเซียนฉี่หลินไม่ได้มีเพียงบรรพบุรุษตระกูลมังกรและบรรพบุรุษตระกูลหงส์สองคนเป็นภรรยา แต่ยังมีเจ้าเผ่าน้อยจากตระกูลฉงฉีเป็นภรรยาของเขาอีกด้วย?”ตอนที่เจียงเหลียนอี้ประกาศต่อสาธารณะว่าเซียนฉี่หลินมีภรรยาสองคน คือนางและเอ้าหลิง ก็ได้สร้างความตื่นตะลึงในวงการวิชาการประวัติศาสตร์ยุคโบราณแล้ว ไม่คิดว่าเซียนฉี่หลินจะมีภรรยาอีกคนหนึ่งคณบดีรู้เพียงว่าสหายตรงหน้าชื่อจิ่นไฉ