นังสือเล่มนี้เป็นของยุคโบราณจริงๆ น่าจะเป็นเสือน้อยเขียนเองล่ะมั้ง”เซียนอมตะเดาถูก ตำราโบราณเล่มนี้เป็นสิ่งที่จิ่นไฉเหวยเขียนในยุคโบราณ ใครมาตรวจสอบก็ต้องบอกว่าเป็นของจริงปัญหาเดียวคือ ไม่มีใครกำหนดว่าสิ่งที่บันทึกในตำราโบราณจะต้องเป็นเรื่องจริงเสมอไปลู่หยางรู้สึกอย่างจริงใจว่าการเป็นนักประวัติศาสตร์นั้นยาก ด้านหนึ่งมีเซียนอิงเทียนที่ทำทุกอย่างเพื่อรักษาภาพลักษณ์ อีกด้านมีจิ่นไฉเหวยที่แต่งประวัติศาสตร์เพื่อผลประโยชน์ของตน ใครมาศึกษาก็ต้องงงงวยโชคดีที่เขามีเซียนอมตะ รู้ความจริงทั้งหมดของประวัติศาสตร์ยุคโบราณ… ไม่ใช่! โชคดีบ้าบออะไร จะไม่รู้เลยดีที่สุด!หนึ่งในเป้าหมายที่จิ่นไฉเหวยมาที่วิทยาลัยไท่เสวียคือการแพร่ข่าวลือ แม้นางจะสู้เอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี้ไม่ได้ แต่สามารถได้เปรียบในด้านความคิดเห็นสาธารณะได้หลังจากหลอกคณบดี จิ่นไฉเหวยก็มองลู่หยางอย่างระแวดระวังคนชื่อลู่หยางนี้ไม่ธรรมดา คงรู้ว่าตนกำลังโกหก
ขณะที่คณบดีกำลังศึกษาตำราโบราณ จิ่นไฉเหวยแยกเขี้ยวเสือน้อย แสยะเขี้ยวขู่เซียนอมตะ ไม่ให้นางเปิดเผยความจริง“เซียนฉี่หลินมีภรรยาอีกคนจากตระกูลฉงฉีจริงๆ”เซียนอมตะทำผิดปกติ ไม่ได้เปิดโปงคำโกหกของจิ่นไฉเหวย แต่กลับช่วยนาง ทำให้ลู่หยางรู้สึกแปลกใจมาก“เซียนน้อย เจ้านี่…”“เป็นอะไรไป เสือน้อยพูดไม่ผิดนะ เซียนฉี่หลินเคยยอมรับแล้ว”“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ?!”“นั่นเป็นตอนที่เซียนฉี่หลินยังไม่ได้แต่ง