“ดอกเบี้ย?” สือฮว่ากู๋ได้ยินคำนี้ ร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมายากที่จะจินตนาการว่าผู้มีความสามารถขั้นรวมร่างจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้“ใช่สิ เงินกู้ย่อมมีดอกเบี้ย ไม่เช่นนั้นพวกเราจะยืมเงินเจ้าทำไม?” เมิ่งโป่เทียนพูดอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เข้าใจว่าทำไมสือฮว่ากู๋ถึงมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ตระกูลเมิ่งไม่ได้ทำการกุศล ใครๆ ก็สามารถมายืมเงินได้ เพียงแค่ใช้คืนเงินต้นก็พอ ถ้าเป็นเช่นนั้น ตระกูลเมิ่งคงล้มละลายไปนานแล้วใบหน้าของสือฮว่ากู๋ยิ้มจนดูน่าสงสารยิ่งกว่าร้องไห้ยายเอ๊ย ทำไมข้าถึงมองข้ามเรื่องดอกเบี้ยไปได้มู่ไป๋อี้ที่อยู่ข้างๆ คอยให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่สงบนิ่งอีกต่อไปเขาก็ลืมเรื่องดอกเบี้ยไปเหมือนกันไม่เพียงแต่สือฮว่ากู๋ที่เป็นหนี้ เขาก็เป็นหนี้ด้วยเพียงแต่เขาแปลงร่างเป็นสาวกของลัทธิ ไปกู้เงินจากสมาคมการเงินลั่วตี้
เขายังคิดอยู่เลยว่าร้านเนื้อย่างกำไรพอสมควรแล้ว เขาจะรีบใช้หนี้ให้หมด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเปิดโปงถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดโปง แม้เขาจะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นกึ่งข้ามพิบัติ ก็คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้“ดอก… ดอกเบี้ยเท่าไหร่?” สือฮว่ากู๋ตกใจจนพูดไม่คล่องอยากจะขุดศพของชิ่นห่าวเหรินขึ้นมาเฆี่ยนเมิ่งโป่เทียนมีความกระตือรือร้นอย่างมากต่อลูกค้ารายใหญ่อย่างสือฮว่ากู๋ บวกกับการที่สือฮว่ากู๋ให้ความสำคัญกับความรักและความยุติธรรม กล้ารับภาระหนี้แบบนี้ เขารู้สึกนับถืออย่างยิ