แม้จะไม่ค่อยสุภาพนัก แต่ลู่หยางรู้สึกจริงๆ ว่าระดับการศึกษาของท่านปู่เมิ่งอาจไม่ได้สูงกว่าหม่านกู่มากนัก หรืออาจอยู่ในระดับเดียวกันด้วยซ ้า“ส่วนเมิ่งโป่ฉือและเมิ่งโป่หลี่ ช่างเถอะ ข้าไม่ถามแล้ว” ลู่หยางคิดว่าอย่างไรก็เป็นผู้อาวุโส เรื่องที่ไม่สุภาพเกินไปเช่นนี้ก็ไม่ควรถาม เพื่อป้องกันไม่ให้ไอ้เฒ่าเมิ่งเปิดเผยความลับมากเกินไป คนตระกูลเมิ่งอาจเตะไอ้เฒ่าเมิ่งออกจากคฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง“ตรงนั้นคือที่ไหน?” ลู่หยางชี้ไปที่ห้องที่เต็มไปด้วยคาถาห้าม มีอาจารย์อาวุโสตระกูลเมิ่งเฝ้าอยู่ที่ประตู ดูเหมือนเขตหวงห้าม“ที่เก็บใบหนี้”“ท่านพ่อเคยบอกข้าว่า ถ้าใบหนี้พวกนั้นเรียกเก็บได้หมดสามารถซื้อเมืองหลวงได้ครึ่งหนึ่ง”ลู่หยางสูดลมหายใจเฮือก ไม่แปลกที่เป็นเขตหวงห้าม ที่นี่จะส่งคนมาเฝ้ามากแค่ไหนก็ไม่เกินไป“ก็ไม่ได้มีแค่ใบหนี้นะ ตระกูลเมิ่งของพวกเรามีเทพเวทอย่างหนึ่งชื่อว่า ‘ยืมวิชา’ ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างขึ้นไปที่มาขอยืมเงินจากพวกเรา
ไม่เพียงแต่ต้องทิ้งใบหนี้ไว้ แต่ยังต้องให้ยืมกระบวนท่าหนึ่งของพวกเขาด้วย”“พวกเราจะบันทึกกระบวนท่านี้ลงบนกระดาษ หากเจอการต่อสู้ก็สามารถใช้กระบวนท่าของคนผู้นั้นได้”“เก่งขนาดนั้นเลย” คงเป็นเทพเวทเฉพาะของตระกูลเมิ่ง ลู่หยางไม่เคยได้ยินว่าคนอื่นจะทำได้แม้แต่เซียนอมตะก็ส่ายหน้า บอกว่าไม่เคยได้ยินเมิ่งโป่เทียน ม้าแก่ และผู้จัดการใหญ่ซวี่โหย่วรวมตัวกัน สามพี่น้องไม่ได้มาเจอกันเกือบหกปี