“ท่านเซียนบรรพกาล พวกเรามาเยี่ยมท่านแล้ว” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวพูดพร้อมรอยยิ้ม มองไปยังเซียนบรรพกาลที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นแสงตะเกียงน ้ามันส่องให้ร่างของทั้งสองดูสูงใหญ่เป็นพิเศษเซียนบรรพกาลมองลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวทั้งสองที่อุ้มผ้าห่มเข้ามาด้วยใบหน้างุนงงพวกเราจากกันไปแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้นไม่ใช่หรือ? พวกเจ้าทำได้อย่างไรถึงมาอยู่คุกเดียวกับข้าเร็วขนาดนี้?ท่านเต๋าปู้อวี่รู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าลูกศิษย์ที่น่ารักจะเป็นห่วงชีวิตของเขาในคุกมากถึงเพียงนี้ ถึงกับวิ่งมาอยู่ด้วยกัน“ที่นี่จริงๆ แล้วเหมาะกับการบำเพ็ญของพวกเจ้าสองคนมากทีเดียว” ท่านเต๋าปู้อวี่พูดอย่างจริงจัง กลไกของคุกสามารถกดพลังวิเศษได้ แต่วิทยายุทธ์ของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสูงเกินไป รากฐานแน่นหนาเกินไป จึงไม่อาจกดได้อย่างสมบูรณ์ การบำเพ็ญในคุกเปรียบเสมือนนักยุทธ์ฝึกฝนด้วยการแบกน ้าหนัก หากสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่นี่ได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการบำเพ็ญในอนาคต
“ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ?” ลู่หยางดีใจ“สมกับคำพูดที่ว่าทำดีได้ดี อาจารย์เจ้าพูดไม่ผิดเลย” เซียนอมตะกล่าวในเวลานี้ ห้วงจิตของลู่หยางมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เสาหินขนาดใหญ่แถวหนึ่งแบ่งห้วงจิตออกเป็นสองส่วน ลู่หยางอยู่ฝั่งหนึ่งเซียนอมตะอยู่อีกฝั่งหนึ่งเซียนอมตะในฐานะผู้นำใหญ่ช่างมีน ้าใจ ยึดหลักมีทุกข์ร่วมทุกข์ด้วยกัน ขังตัวเองในคุกด้วย แถ