เมื่อลู่หยางเห็นสองคนนั้น เขาตกใจจนตัวสั่นงันงก หัวใจแทบหยุดเต้นพวกลัทธิอู่ชิงนี่มันอะไรกัน ถ้าไม่อยากให้ข้าเข้าร่วมก็พูดตรงๆเลย ไม่จำเป็นต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้แถมยังกดระดับให้เท่ากันอีก ทำไมไม่กดระดับศิษย์พี่ใหญ่ให้อยู่ขั้นแก่นทองคำ จะได้ให้ข้าเห็นแก่นทองคำที่เต็มท้องฟ้าเป็นอย่างไรเสียหน่อย?ลู่หยางถึงกับรู้สึกได้ว่าวิญญาณอมตะที่ไร้พ่ายกำลังกระสับกระส่ายอยากจะวิ่งหนีหากต้องเผชิญหน้ากับคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ ลู่หยางคิดว่าเขาอาจลองสู้ดูก็ได้ แน่นอน เรื่องชนะหรือแพ้เป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ถ้าต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองคน ลู่หยางคิดว่าเขาอาจลองแข่งกับวิญญาณอมตะที่ไร้พ่ายว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน“ศิษย์น้อง เจ้าเป็นอะไรไป?” ศิษย์พี่ใหญ่ขมวดคิ้วถาม น ้าเสียงเหมือนเช่นเคย ตอนนี้ลู่หยางถึงสังเกตว่า ที่นี่ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่าไร้สิ่งใด แต่เป็นเขาประตูสวรรค์แห่งสำนักเวิ่นเต๋า
ใช่แล้ว เมื่อต้องจำลองให้สมบูรณ์ ย่อมต้องจำลองสภาพแวดล้อมด้วย“ไม่… ไม่มีอะไร”“ผู้นำสอง ทำไมดูเหม่อลอยอย่างนั้น ฝึกบำเพ็ญจนสมองใช้การไม่ได้แล้วหรือ?” หวงโต้วโต้วยังคงร่าเริงตามปกติ ยังแอบเอานิ้วจิ้มแก้มลู่หยางด้วย“ข้าว่าเซียนน้อยเจ้าไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับข้านะ”“หืม? กล้าคิดท้าทายข้าด้วยหรือ?” เซียนอมตะโผล่ออกมาจากห้วงจิต นี่คือเซียนอมตะตัวจริงแค่ชนะตัวปลอมก็นับว่าชนะแล้วนางเข้าสิงร่างหวงโต้วโต้วที่ถูกจำลองขึ้นมา พอเข้าร่างได้ก็ระเ