่ชิงมีนิสัยไม่สุงสิงกับคนนอกโดยกำเนิด พวกเขาทำตัวไม่สนใจลัทธิจิ่วอิ่วและลัทธิเย่าหยาง ดังนั้นสองลัทธินี้จึงไม่สามารถอธิบายสถานการณ์ของลัทธิอู่ชิงได้อย่างครบถ้วน“นั่นคือฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงใช่หรือไม่?”ลู่หยางและคณะอยู่ในป่าทึบแห่งหนึ่ง สองคนที่พวกเขาติดตามมาเคาะเปลือกไม้ของต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แล้วพวกเขาก็ถูกต้นไม้ดูดเข้าไปหายวับไปลู่หยางใช้จิตสำรวจพบว่า ด้านในของต้นไม้กลวง ใช้รากเป็นทางเดิน จะส่งคนไปยังโพรงใต้ดินที่อยู่ใต้รากต้นไม้“นี่ก็เป็นผู้บำเพ็ญคนที่ห้าที่เข้าไปใต้ดินแล้วนะ” เมิ่งจิ่งโจวส่งเสียงสื่อจิตให้ทั้งสองคน พวกเขาไม่เข้าใจว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้น จึงกำลังสังเกตการณ์อยู่ นอกจากผู้บำเพ็ญสองคนที่เพิ่งเข้าไป ยังมีผู้บำเพ็ญอีกสามคนที่แยกกันเข้าไปในโพรงใต้ดินด้วย“ถ้าเช่นนั้นคงไม่ผิดแล้ว วันนี้คงเป็นวันที่ลัทธิอู่ชิงรับคน” ท่านเซียนบรรพกาลมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ฟังผิด “ข้าจะลงไปก่อน”
“เดี๋ยวก่อน” ลู่หยางรีบดึงเซียนบรรพกาลไว้ “พวกเราสองพี่น้องมีประสบการณ์เรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ให้พวกเราไปเป็นเพื่อนท่านลงไปด้วยกันไม่ดีหรือ?”ลู่หยางไม่วางใจปล่อยให้ท่านเซียนบรรพกาลลงไปในลัทธิอู่ชิงคนเดียว ท่านเซียนบรรพกาลครุ่นคิดสักครู่ เห็นว่าสิ่งที่ลู่หยางพูดก็มีเหตุผล แม้ประสบการณ์การบำเพ็ญของตนจะมากกว่าคนหนุ่มทั้งสอง แต่ในด้านประสบการณ์การแฝงตัว ตนเองเทียบไม่ได้แน่“ก็ดี”ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสวมหน้า