ัวอย่างนอบน้อมต่อลู่หยาง:“รองประมุข ตรวจสอบถูกต้องแล้ว”ลู่หยางหาวด้วยความเบื่อหน่าย “งั้นก็รับไว้แล้วกัน”มู่ไป๋อี้รู้สึกทึ่งในใจ สมกับเป็นคนของลัทธิสวรรค์ ไม่สนใจเงินน้อยนิดแค่นี้ ถึงกับไม่ถามว่ามีลิ่นซือเท่าไหร่ในแหวนเก็บของ“ประมุขมู่ตามหาข้า คงไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อยอย่างลิ่นซือกระมัง”ลู่หยางจิบชา พูดด้วยรอยยิ้มแย้ม ราวกับมองทะลุความคิดของมู่ไป๋อี้มู่ไป๋อี้ยิ้มเจื่อนๆ “รองประมุขช่างหยั่งรู้ ที่จริงแล้วข้ามีเรื่องหนึ่งที่ไม่เข้าใจ ขอรองประมุขช่วยไขข้อข้องใจด้วย”
“เรื่องอะไร?”มู่ไป๋อี้ชั่งใจเลือกคำพูด พูดไปพร้อมกับสังเกตปฏิกิริยาของลู่หยาง กลัวว่าจะไปแตะต้องสิ่งต้องห้าม “ข้าได้ยินมาว่าบรรพบุรุษเอ้าหลิงของลัทธิท่านเคยพูดในงานวันเกิดของราชามังกรเฒ่าว่า‘ชาวโลกต่างไม่รู้จักสวรรค์และยมโลกแล้ว’ ไม่ทราบว่า ‘ยมโลก’ นี้คือ…”ลู่หยางคาดการณ์ไว้แล้วว่ามู่ไป๋อี้จะถามคำถามนี้ มีรอยยิ้มในดวงตา “อย่างไร ลืมสิ่งที่ข้าเคยพูดไปแล้วหรือ ข้าเคยบอกแล้วว่าลัทธิสวรรค์ของพวกเรากับลัทธิจิ่วอิ่วของพวกเจ้ามีความผูกพันมาตั้งแต่ยุคโบราณ”มู่ไป๋อี้ได้ยินคำพูดนี้ ชีพจรช้าลงไปหลายจังหวะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่ปกปิดไม่อยู่ “งั้น ยมโลกก็คือ…”“สถานที่ที่ดูแลเรื่องความมืดและการเวียนว่ายตายเกิดในยุคโบราณ สรรพสิ่งระหว่างฟ้าและดิน หลังจากตายแล้ววิญญาณจะเข้าสู่ยมโลก เพื่อผ่านหกภพภูมิแห่งการเวียนว่ายตายเกิด”ลู่หยางไ