จเรื่องภายนอกมากนัก เขายังคงบำเพ็ญตนอย่างเงียบๆ ไม่ได้ออกจากสำนักเวิ่นเต๋า ในยามว่างจากการบำเพ็ญก็เพียงแค่เดินเล่นในส่วนของสำนักที่ยังไม่เคยไปโชคดีที่เซียนห่านไห่ไม่ได้มาหาเรื่องลู่หยาง ลู่หยางยังไม่เคยเห็นเงาของเซียนห่านไห่เลย ตามคำบอกเล่าของศิษย์น้องฉี่ทงเทียนเซียนห่านไห่นอกจากจะสอนเขาบำเพ็ญแล้ว ก็ใช้รูปแบบของผลของการบำเพ็ญพื้นที่ว่างเป็นเค้าไปที่วังมังกรที่ทะเลตงไห่เป็นครั้งคราวลู่หยางตามหน้าที่ของการเป็นพี่น้องที่ดี เตือนฉี่ทงเทียนให้บอกเรื่องนี้กับพี่ใหญ่เมิ่ง
ขณะนี้เขาอ้าปากกว้างราวกับปลาวาฬกำลังกลืนกิน พลังบำเพ็ญนับไม่ถ้วนจากภายนอกไหลเข้าสู่ร่างกาย ขยายเส้นลมปราณที่ขยายถึงขีดจำกัดแล้วให้ใหญ่ขึ้นอีกผิวหนังของลู่หยางเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณของเส้นลมปราณที่ใกล้แตกสลายเขากัดฟันแน่น ถึงแม้จะเจ็บปวดจนอยากจะกลิ้งไปมา แต่ก็ไม่ร้องออกมาสักคำตูม! เมื่อพลังบำเพ็ญที่กลืนกินเข้าไปถึงจุดวิกฤต ราวกับเปิดประตูบางอย่าง ร่างกายของลู่หยางเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นลมปราณมีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถบรรจุพลังบำเพ็ญได้มากขึ้น“ฮู้… ข้ามขั้นได้แล้ว”ลู่หยางถอนหายใจเอาอากาศเสียออก ลุกขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม ในที่สุดก็ทะลุข้ามสู่ทารกแรกกำเนิดขั้นปลายแล้ว เขาเป็นถึงรากฐานกระบี่ การบำเพ็ญถึงทารกแรกกำเนิดขั้นปลายเป็นเพียงเรื่องของเวลา ไม่มีอุปสรรคอะไร“ด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้ แม้แต่ขั้นแ