ลู่หยางคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าเสี่ยวซิงไห่ที่ดีๆ หายไปได้อย่างไร แล้วกลายเป็นไข่มุกมังกรได้อย่างไร
เสี่ยวซิงไห่ลุกขึ้นจากโลงศพ ปีนออกมาจากโลงศพ แล้วเอาไข่มุกมังกรไว้ข้างในงั้นหรือ?
เมิ่งจิ่งโจวและหลี่หาวเหรินต่างก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
มีเพียงหม่านกู่ที่ตระหนักได้ทันที สีหน้าเศร้าสลด: “สหายซิงไห่บาดเจ็บจนรักษาไม่ได้ กลายเป็นพระธาตุไปแล้ว!”
ลู่หยาง: “……”
หม่านกู่ เจ้าไม่พูดได้ไหม ข้าเพิ่งจะมีแนวคิดบางอย่าง แต่ถูกเจ้าทำให้สะดุด
“ไข่มุกมังกรคืออะไร?” ลู่หยางกระซิบถามหลี่หาวเหริน
“ข้าก็ไม่เคยเห็นของจริง ได้ยินแต่จากปากคำของผู้อื่น ไข่มุกมังกรเป็นสมบัติล ้าค่าของตระกูลมังกร เป็นวัตถุวิเศษยุคโบราณ ที่มาไม่ชัดเจน ระดับไม่แน่ชัด เนื้อแข็งมาก ไม่สามารถทำลายได้สามารถแก้พิษนานาชนิด ฟื้นฟูบาดแผล ช่วยในการบำเพ็ญ และยังนำโชคดีมาให้ มีประโยชน์นับไม่ถ้วน”
ลู่หยางนึกขึ้นได้ อาจารย์ของเขาเคยขโมยสมบัติล ้าค่าของตระกูลมังกรจากเจ้าหญิงวังมังกรเพื่อช่วยชีวิตคน ดูเหมือนว่าสิ่งที่อาจารย์ขโมยไปในตอนนั้นก็คือไข่มุกมังกรนี่เอง
ไม่คิดว่าคราวนี้จะเป็นเขาในฐานะลูกศิษย์ที่ขโมยไข่มุกมังกร…เฮ้ย เกือบถูกตระกูลมังกรชักนำเข้าโพรง เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ
เอ้าเย่ยังคงโต้เถียงกับเอ้าหร่าน เขายิ่งมองโลงศพยิ่งรู้สึกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
“นี่มันโลงศพของไอ้ชินจิ้วเนี่ยนนี่!” เอ้าเย่นึกถึงที่มาของโลงศพได้ในที่สุด
ผู้อาวุโสใ