็นที่พึ่งทำงใจ ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็ไม่ส ำคัญแล้ว”“เกำะใหญ่ทั้งสำมยกย่องเกำะเผิงไหลเป็นใหญ่ ก็มีสำเหตุมำจำกท่ำนเต๋ำซำนซำน”
“ได้ยินว่ำดินแดนพุทธะทองยังต้องกำรมำเผยแพร่ศำสนำในทะเลตงไห่ แต่เนื่องจำกมีท่ำนเต๋ำซำนซำนอยู่ จึงจบลงด้วยควำมล้มเหลว”ลู่หยำงนึกถึงฟำนชง: “ฟำนชงในฐำนะศิษย์หลำนของท่ำนเต๋ำซำนซำน อำศัยอ ำนำจรังแกคน รู้สึกว่ำท่ำนเต๋ำซำนซำนนี้ก็ไม่ได้ดีอย่ำงในต ำนำนนักนะ”หลี่หำวเหรินก็อธิบำยปัญหำนี้ไม่ได้ ส่ำยหน้ำอย่ำงจนใจกล่ำวว่ำ: “บำงทีอำจเป็นเพรำะท่ำนเต๋ำซำนซำนใช้ชีวิตเรียบง่ำยปลีกวิเวกมำหลำยปี ไม่ได้ควบคุมคนข้ำงล่ำงอย่ำงเข้มงวด?”เขำมองไปที่ซู่อี้เหริน ซู่อี้เหรินก็ส่ำยหน้ำเช่นกัน: “ข้ำเคยพบท่ำนเต๋ำซำนซำนครั้งหนึ่ง เขำปฏิบัติต่อผู้คนอย่ำงรอบคอบ แม้แต่เมื่อพบผู้บ ำเพ็ญระดับกลำงและต ่ำ ก็ไม่ได้แสดงควำมหยิ่งยโสมำกนัก แตกต่ำงจำกภำพลักษณ์ในต ำนำนพื้นบ้ำนไม่มำก ข้ำก็จินตนำกำรไม่ออกว่ำท ำไมเสวียนหลิงและฟำนชงถึงเป็นเช่นนั้น”เซียนอมตะพูดขึ้นมำอย่ำงฉับพลัน รู้สึกงุนงง: “ซำนซำนคนนี้เป็นอย่ำงไร สร้ำงต ำนำนมำกมำยเหลือเกิน ไม่มีควำมสำมำรถมำกขนำดนั้นก็อย่ำวุ่นวำยสิ”ในพื้นที่จิตวิญญำณ เซียนอมตะนอนอยู่บนเตียงทะเล ลอยอยู่บนผิวน ้ำ หำงปลำสะบัดไปมำ
ลู่หยำงนึกขึ้นได้ว่ำแม้ว่ำเซียนอมตะในปัจจุบันจะแสดงตัวว่ำไม่น่ำเชื่อถืออย่ำงมำก แต่ในยุคโบรำณก็เป็นที่ศรัทธำเหมือนกัน เพื่อตอบสนองควำมต้องกำรในกำรให้ก ำเน